
บทสนทนากับคุณปิยาภัสร์ ตวงเจริญทิพย์ เจ้าของธุรกิจไม้ที่เชื่อว่า ธุรกิจที่ดีควรเติบโตไปพร้อมกับสังคม
หากถามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ว่า “ความสำเร็จของธุรกิจ” คืออะไร หลายคนอาจตอบว่า การเติบโต
แบบก้าวกระโดด การขยายกิจการ หรือการเข้าตลาดหลักทรัพย์
แต่สำหรับคุณปิยาภัสร์ ตวงเจริญทิพย์ เจ้าของธุรกิจค้าไม้และวัสดุทดแทนไม้ที่อยู่ในวงการมากว่า30 ปี ความสำเร็จมีความหมายที่แตกต่างออกไป
เธอเชื่อว่า ธุรกิจที่ดีไม่จำเป็นต้องโตเร็วที่สุด แต่ควรเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง และไม่พาตัวเองไปอยู่ในความเสี่ยงเกินจำเป็น
“เราไม่ได้อยากโตแบบหวือหวา แต่อยากให้กิจการอยู่ได้ยาว ๆ และดูแลคนที่อยู่กับเราได้จริง” เธอกล่าว
แนวคิดแบบนี้ทำให้ธุรกิจของเธอค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคงตลอดหลายทศวรรษ และในขณะเดียวกันก็สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เธอเรียกว่า “การดูแลกันเหมือนครอบครัว”

หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของธุรกิจได้ดีที่สุด คือวิธีที่เธอดูแลพนักงาน
พนักงานจำนวนไม่น้อยอยู่กับบริษัทมานานหลายสิบปี เมื่อบางคนเริ่มมีปัญหาสุขภาพหรือเข้าสู่วัย
เกษียณ เธอไม่ได้มองว่าเป็นภาระขององค์กร แต่เลือกจะดูแลต่อไป
บางครั้งการดูแลนั้นไม่ได้หยุดแค่ตัวพนักงาน แต่ขยายไปถึงครอบครัวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการ
ช่วยจัดหาที่พัก หรือเปิดโอกาสให้ลูกหลานเข้ามาทำงานต่อ
สำหรับเธอ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องพิเศษ
“การทำบุญไม่ได้มีแค่การไปวัดนะคะ บางทีการช่วยคนที่กำลังลำบาก คนที่เจ็บป่วย หรือคนที่กำลังต้องการโอกาส ก็เป็นการทำบุญเหมือนกัน”
แนวคิดแบบนี้ทำให้การทำธุรกิจของเธอ ไม่ได้มองแค่กำไร แต่รวมถึงผลกระทบที่ธุรกิจสร้างให้กับ
ผู้คนรอบตัว
ด้วยแนวคิดแบบเดียวกันนี้เอง ทำให้เธอเลือกทำธุรกรรมทางการเงินกับ ธนาคารออมสิน มาอย่างยาวนาน
สำหรับเธอ เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องบริการหรือความคุ้นเคยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ “จุดยืน”
“ออมสินไม่ได้มองแค่กำไรสูงสุด แต่คิดถึงการช่วยเหลือคนในสังคมด้วย”
เธอมองว่าธนาคารออมสินเป็นสถาบันการเงินที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างการดูแลเงินของลูกค้าให้ปลอดภัย และการนำเงินเหล่านั้นไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้าง
สิ่งที่ทำให้เธอผูกพันกับธนาคารออมสินมาตลอด คือการได้รู้ว่าเงินฝากของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ในบัญชี แต่ถูกนำไปต่อยอดเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า ทุนการศึกษา และการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้กับคนที่ต้องการโอกาส
“ไม่เคยคิดว่าแค่การทำธุรกรรมของเราปกติ จะกลายเป็นโอกาสที่เปลี่ยนชีวิตใครอีกหลายคน และเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต”
เพราะในขณะที่เธอได้รับการดูแลเงินออมให้เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย เธอก็ได้ช่วยเหลือสังคมไป
พร้อมกันโดยไม่ต้องทำอะไรพิเศษเพิ่ม
“ดีแล้วค่ะ ที่มีธนาคารที่คิดเรื่องสังคมจริง ๆ
ในแง่ของการเป็นธนาคารเพื่อสังคมและเพื่อทุกชนชั้น… ยินดีสนับสนุนค่ะ”

บางที การเปลี่ยนแปลงของสังคม อาจไม่ได้เกิดจากโครงการใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากธุรกิจหนึ่งที่เลือกดูแลคนของตัวเอง
และลูกค้าหนึ่งคนที่เลือกใช้บริการของธนาคารที่เชื่อว่า
ทุกธุรกรรม… สามารถเปลี่ยนชีวิตของใครบางคนได้
นี่คือเสียงสะท้อนที่ตอกยํ้าว่า การออมเงินกับธนาคารออมสิน
เป็นมากกว่าการสร้างความมั่นคงทางการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญ
ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้า
เพราะ ทุกธุรกรรมของคุณ สามารถเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคนได้จริง