สินเชื่อออมสิน SMEs Recharge สำหรับกรณีให้สินเชื่อใหม่ และกรณีลดดอกเบี้ย

คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ
1. ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งกรณีเป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ตามนิยามของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน และ
2. เป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ต่อเศรษฐกิจไทย เช่น มีการจ้างแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม เน้นการใช้ทรัพยากรในประเทศ (Local Content) เป็นต้น โดย ยกเว้น บริษัทในหมวดธุรกิจการเงิน และบริษัทต่างชาติ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
2.1 ผู้ส่งออกซึ่งได้รับผลกระทบจากสินค้าที่อัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น
2.2 ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกกระทบจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
2.3 ผู้ประกอบธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว
2.4 ผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดน
2.5 ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย
2.6 ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
2.7 Supply Chain ของผู้ประกอบธุรกิจตามข้อ 2.1 – 2.6 ที่มีการประกอบธุรกิจหลักและมียอดขาย/รายได้ เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจดังกล่าว มากกว่าร้อยละ 50 ของยอดขาย/รายได้รวมของตนเอง
3. ปัจจุบันยังประกอบธุรกิจและมีความสามารถในการชำระหนี้
4. เป็นการให้สินเชื่อใหม่แก่ลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่ และสามารถโอนหนี้ (Refinance) ลูกค้าเดิมของสถาบันการเงินเดิมและโอนหนี้ (Refinance) ลูกค้าระหว่างสถาบันการเงินได้
วัตถุประสงค์การกู้เงิน
- เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เสริมสภาพคล่อง
- เพื่อลงทุนในสินทรัพย์
- เพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น
ยกเว้น การซื้อขายที่ดินในลักษณะเก็งกำไร
วงเงินโครงการ
- ภายใต้วงเงินโครงการ 15,000 ล้านบาท โดยนับรวมทั้งกรณีให้สินเชื่อใหม่ และการ Refinance ลูกค้าระหว่างสถาบันการเงิน , กรณีลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าเดิมของธนาคาร , สินเชื่อเพื่อเยียวยา และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู สำหรับผู้ประสบอุทกภัย
จำนวนเงินให้กู้
- ให้พิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ โดยวงเงินให้กู้สูงสุดต่อราย รวมทั้งกรณีให้สินเชื่อใหม่ และการ Refinance ลูกค้าระหว่างสถาบันการเงิน , กรณีลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าเดิมของธนาคาร , สินเชื่อเพื่อเยียวยา และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู สำหรับผู้ประสบอุทกภัย และรวมทุกสถาบันการเงิน ไม่เกิน 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการ SMEs วงเงินกู้สูงสุดต่อราย ให้นับรวมทุกสถาบันการเงิน และรวมทั้งโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย ไม่เกิน 100 ล้านบาท
ประเภทสินเชื่อ
- เงินกู้ระยะยาว (L/T)
- เงินกู้ระยะสั้นตามตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N)
- สินเชื่อการค้าต่างประเทศ (Trade Finance) ได้แก่ สินเชื่อเพื่อการส่งออก (Packing Credit) , รับซื้อ/รับซื้อลดตั๋วส่งออก และสินเชื่อเพื่อการนำเข้า (Trust Receipt)
ระยะเวลาชำระเงินกู้
- เงินกู้ระยะยาว (L/T) ระยะเวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 10 ปี เฉพาะกรณีมีการลงทุนในทรัพย์สินถาวร
ให้ปลอดชำระหนี้เงินต้นได้ไม่เกิน 1 ปี ในกรณีที่มีระยะเวลาชำระเงินกู้ตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป - เงินกู้ระยะสั้นตามตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อการค้าต่างประเทศ ทบทวนวงเงินทุกปี
อัตราดอกเบี้ย
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
| ปีที่ | อัตราดอกเบี้ย | |
| กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เต็มวงเงินกู้ |
กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ร่วมกับ บสย. |
|
| ปีที่ 1 – 2 | 2.99% | 3.50% |
| ปีที่ 3 – 4 | MLR/MOR – 1.00% | MLR/MOR – 0.50% |
| ปีที่ 5 เป็นต้นไป | MLR/MOR + 0.50% | MLR/MOR + 1.00% |
- อัตราดอกเบี้ยกรณีผู้กู้ออกจากโครงการ ให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ กรณีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป
- อัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดไม่ชำระหนี้ ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารออมสิน เรื่อง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ
หลักประกันการกู้เงิน
ให้ใช้ประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือหลายประเภทร่วมกัน ดังนี้
- สมุดเงินฝากออมสิน สลากออมสินพิเศษ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ
- ที่ดินและอาคาร
- โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.3 ก. หรือห้องชุด
ทั้งนี้ กรณีหลักประกันไม่เพียงพอ ให้ใช้หลักประกันตามข้อ1.– 3. อย่างน้อยร้อยละ 50 ของวงเงินกู้ ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเพิ่มเติม
ระยะเวลาโครงการ
- ผู้สนใจใช้สินเชื่อในโครงการนี้ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
- ให้จัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมในโครงการจะหมด แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน
ค่าธรรมเนียม
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ : Management Fee หรือค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ : Front End Fee)
- ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารออมสิน
คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ
1. เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจเดิมของธนาคารออมสิน ทั้งกรณีเป็นสินเชื่อระยะยาว (L/T) เงินกู้ระยะสั้นตามตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อการค้าต่างประเทศ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อการส่งออก (Packing Credit) , รับซื้อ/รับซื้อลดตั๋วส่งออก และสินเชื่อเพื่อการนำเข้า (Trust Receipt)
2. ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งกรณีเป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ตามนิยามของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน และ
3. เป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ต่อเศรษฐกิจไทย เช่น มีการจ้างแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม เน้นการใช้ทรัพยากรในประเทศ (Local Content) เป็นต้น โดย ยกเว้น บริษัทในหมวดธุรกิจการเงิน และบริษัทต่างชาติ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
3.1 ผู้ส่งออกซึ่งได้รับผลกระทบจากสินค้าที่อัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น
3.2 ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกกระทบจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
3.3 ผู้ประกอบธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว
3.4 ผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดน
3.5 ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย
3.6 ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
3.7 Supply Chain ของผู้ประกอบธุรกิจตามข้อ 3.1 – 3.6 ที่มีการประกอบธุรกิจหลักและมียอดขาย/รายได้ เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจดังกล่าว มากกว่าร้อยละ 50 ของยอดขาย/รายได้รวมของตนเอง
4. ปัจจุบันยังประกอบกิจการ และมีความสามารถในการชำระหนี้ตามที่ธนาคารกำหนด
5. บัญชีสินเชื่อที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีสถานะปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน ในวันที่นำเสนอขออนุมัติ
6. อัตราดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงินเดิม ในช่วงระยะเวลาโครงการจะต้องมากกว่าอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 1 – 2 ของโครงการนี้
วัตถุประสงค์การกู้เงิน
- เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยสัญญากู้เงินเดิม ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีสภาพคล่องในการดำเนินกิจการเพิ่มมากขึ้น
ประเภทสินเชื่อ
เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจเดิมของธนาคารออมสินที่มีประเภทสินเชื่อ ดังนี้
- เงินกู้ระยะยาว (L/T)
- เงินกู้ระยะสั้นตามตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N)
- สินเชื่อการค้าต่างประเทศ (Trade Finance) ได้แก่ สินเชื่อเพื่อการส่งออก (Packing Credit) , รับซื้อ/รับซื้อลดตั๋วส่งออก และสินเชื่อเพื่อการนำเข้า (Trust Receipt)
วงเงินโครงการ
- ภายใต้วงเงินโครงการ 15,000 ล้านบาท โดยนับรวมทั้งกรณีให้สินเชื่อใหม่ และการ Refinance ลูกค้าระหว่างสถาบันการเงิน , กรณีลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าเดิมของธนาคาร , สินเชื่อเพื่อเยียวยา และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู สำหรับผู้ประสบอุทกภัย
จำนวนเงินที่ลดอัตราดอกเบี้ย
- วงเงินไม่เกินภาระสินเชื่อธุรกิจรวม (Total Exposure) ที่มีตามสัญญากู้เงินเดิม และ
- วงเงินให้กู้สูงสุดต่อราย รวมทั้งกรณีให้สินเชื่อใหม่ และการ Refinance ลูกค้าระหว่างสถาบันการเงิน , กรณีลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าเดิมของธนาคาร , สินเชื่อเพื่อเยียวยา และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู สำหรับผู้ประสบอุทกภัย และรวมทุกสถาบันการเงิน ไม่เกิน 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการ SMEs วงเงินกู้สูงสุดต่อราย ให้นับรวมทุกสถาบันการเงิน และรวมทั้งโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย ไม่เกิน 100 ล้านบาท
ระยะเวลาที่ลดดอกเบี้ย
- ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ลงนามในนิติกรรมสัญญา
อัตราดอกเบี้ย
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
| ปีที่ | อัตราดอกเบี้ย |
| ปีที่ 1 – 2 | 3.50% |
| ปีที่ 3 เป็นต้นไป | เป็นไปตามสัญญากู้เงินเดิม |
- อัตราดอกเบี้ยกรณีผู้กู้ออกจากโครงการ ให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามที่กำหนดในสัญญากู้เงินเดิม โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กู้จริง
- อัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดไม่ชำระหนี้ ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารออมสิน เรื่อง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ
ระยะเวลาโครงการ
- ลูกค้าที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ สามารถยื่นขอลดอัตราดอกเบี้ยได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
- ให้จัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมในโครงการจะหมด แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน