Smes มีที่มีเงิน Small Smes V2

 

คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ

1.  เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย  อายุไม่ต่ำกว่า  20  ปีบริบูรณ์

2.  นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย  โดยให้ตรวจสอบงบการเงินจากระบบเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ  (Enlite)  หรือจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  (www.dbd.go.th)  จะต้องมีส่วนทุนเป็นบวกก่อนการขอกู้เงิน หากพบว่ามีส่วนทุนติดลบ  ให้ดำเนินการเพิ่มทุนให้เป็นบวกให้แล้วเสร็จก่อนเสนอขออนุมัติและให้คงส่วนทุนเป็นบวกตลอดระยะเวลาของสัญญากู้

3.  ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ  ดังนี้

  • ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจขายฝาก  หรือธุรกิจการให้สินเชื่อที่มีลักษณะเดียวกับธนาคาร
  •  ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจเก็งกำไรที่ดิน  เช่น  ธุรกิจนายหน้า  หรือตัวแทน

 

วัตถุประสงค์

  • เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กิจการ/เพื่อการลงทุน
  • เพื่อไถ่ถอนจากการขายฝากเอกชนที่ทำสัญญาขายฝาก  ตั้งแต่วันที่  1  มกราคม 2563  จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้  ไม่ให้ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น  หรือไม่ให้ไถ่ถอนจำนองจากเจ้าหนี้เงินกู้

 

ประเภทสินเชื่อ

  • เงินกู้ระยะยาว  (L/T)

 

จำนวนเงินให้กู้

ให้กู้ไม่เกินร้อยละ  70  ของราคาประเมินที่ดินของทางราชการ  ทั้งนี้  ไม่นำราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง  และต้นไม้ที่มีมูลค่า มาคำนวณจำนวนเงินให้กู้  โดยกำหนดวงเงินให้กู้ต่อราย  ดังนี้

  • กรณีผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา  จำนวนเงินให้กู้ตั้งแต่  0.30 – 10  ล้านบาท
  • กรณีผู้กู้เป็นนิติบุคคล  จำนวนเงินให้กู้ตั้งแต่  0.30 – 50  ล้านบาท

ทั้งนี้  วงเงินกู้สูงสุดจะต้องไม่เกินร้อยละ  50  ของรายได้รวมของงบการเงิน  (รอบบัญชีปี 2562 – ปี 2564  แล้วแต่กรณีใดสูงกว่า)

 

ระยะเวลาชำระเงินกู้

สูงสุดไม่เกิน  7  ปี รวมระยะปลอดชำระเงินต้น  2  ปี

  •  ปีที่ 1 – 2 ชำระดอกเบี้ยทุกสิ้นเดือน
  •  ปีที่ 3 – 7 ชำระเงินงวดเท่ากันทุกเดือน

ให้ลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกและนำเงินเข้าบัญชี  เพื่อสำรองการชำระหนี้  6  เดือน  โดยให้คำนวณจากจำนวนเงินชำระดอกเบี้ย  6  เดือน  และให้ลูกค้าให้ความยินยอมในการให้ธนาคารอายัดจำนวนเงินในบัญชีเพื่อสำรองการชำระหนี้ตามเงื่อนไข ตั้งแต่ปีที่ 1 เป็นต้นไปตลอดอายุสัญญา

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ย  ร้อยละ  5.99  ต่อปี  ตลอดอายุสัญญากู้เงิน
  • อัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดไม่ชำระหนี้  ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารออมสิน  เรื่อง  อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ  กรณีสินเชื่อธุรกิจและ  SMEs

หลักประกันการกู้เงิน

  • ที่ดินว่างเปล่า  และ/หรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  ที่มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดิน  ทั้งนี้    หากขอกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง/เพื่อการลงทุน  หลักประกันต้องปลอดภาระผูกพันก่อนขอกู้เงิน
  • เจ้าของกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์  จะต้องถือกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ก่อนวันที่  31 ธันวาคม  2563
    •       กรณีผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา  เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องเป็นของผู้กู้  และ/หรือคู่สมรส/ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม และ/หรือบุตร  บิดา  มารดา  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  พี่ น้อง ร่วมบิดา/มารดาเดียวกันของผู้กู้/คู่สมรส/ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม
    •     กรณีผู้กู้เป็นนิติบุคคล  เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องเป็นของผู้กู้  และ/หรือ  ผู้ถือหุ้น/กรรมการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม  ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม  และ/หรือ

            –  คู่สมรส  บุตร  บิดา  มารดา  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  พี่ น้อง ร่วมบิดา/มารดาเดียวกันของผู้ถือหุ้น/กรรมการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม/ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม

            –  บิดา  มารดา  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  พี่ น้อง ร่วมบิดา/มารดาเดียวกันของคู่สมรสของผู้ถือหุ้น/กรรมการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม/ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม

            –  นิติบุคคลในกลุ่มกิจการเดียวกัน

 หมายเหตุ

  • หลักประกันการกู้เงินครั้งนี้  ต้องมีไฟฟ้าผ่าน และให้คำนึงถึงทำเลที่ตั้งของที่ดินต้องมีทางเข้า – ออกสู่ทางสาธารณประโยชน์  ซึ่งรถยนต์ผ่านเข้า-ออกได้สะดวก
  • กรณีรับหลักประกันที่ดินที่มีการรอนสิทธิทั้งแปลงหรือบางส่วน

(1)  กรณีการให้เช่าที่ดิน และหรือสิ่งปลูกสร้าง  ทั้งกรณีมีสัญญาเช่าและไม่มีสัญญาเช่า  ต้องมีระยะเวลาการเช่าไม่เกิน  3  ปี  (ไม่จดทะเบียนสัญญาเช่า  ณ  สำนักงานที่ดิน)  สามารถรับเป็นหลักประกันได้

(2)  กรณีการให้เช่าที่ดิน และหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่มีสัญญาเช่าและระยะเวลาการเช่าเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป (จดทะเบียนสัญญาเช่า  ณ  สำนักงานที่ดิน) ให้รับเป็นหลักประกันได้ในกรณีมีการเช่าที่ดินและหรือสิ่งปลูกสร้างไม่เกิน 20% ของเนื้อที่ดินทั้งหมด  ให้กำหนดวงเงินให้กู้  โดยหักเนื้อที่ดินและหรือสิ่งปลูกสร้าง  ในส่วนของการเช่าออกจากราคาประเมินที่ดินทั้งหมด

(3)  ในกรณีหลักประกันที่ดินที่มีการรอนสิทธิทั้งแปลงหรือบางส่วน  ไม่ว่าจะเป็นการรอนสิทธิตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม  ในกรณีนอกเหนือจากข้อ (1) และ (2)   ไม่สามารถรับเป็นหลักประกันได้  เช่น  ภาระสิทธิเก็บกิน

  • ไม่รับที่ดินที่ไม่มีสภาพคล่อง  เช่น  ที่ดินที่ไม่มีทางเข้า-ออก  ที่ดินที่ถูกขุดหน้าดินขาย  ที่ดิน  ที่ขุดบ่อแล้วมีมูลค่าเสื่อมลง  ที่ดินที่มีบ่อน้ำในกรณีที่เป็นบ่อเลี้ยงปลา/กุ้ง/สัตว์น้ำ/สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ/อื่น ๆ  หรือร่องน้ำขนาดใหญ่  ที่ดินใต้แนวเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวน  (เขตสงวนหวงห้ามของรัฐ  เช่น  ป่าสงวน  ป่าไม้ถาวร  ป่าชายเลน)

ทั้งนี้  ให้สามารถรับที่ดินที่มีบ่อน้ำได้ในกรณีบ่อน้ำที่มีลักษณะการใช้งานเพื่อปรับภูมิทัศน์  หรือเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดิน  เช่น  บ่อน้ำเพื่อสำรองน้ำใช้ในการเกษตร  โดยให้ธนาคารออมสินเขตซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบสภาพที่ดิน/คณะกรรมการรับราคาประเมินหลักทรัพย์ เป็นผู้ให้ความเห็นว่ากรณีที่ดิน ที่มีบ่อน้ำเป็นการปรับภูมิทัศน์หรือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินหรือไม่

  • กรณีเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมิใช่เป็นบุคคลเดียวกัน  ต้องให้เจ้าของกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจัดทำสัญญาจำนองสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันร่วมด้วย

 

วงเงินโครงการ

  • ไม่เกิน  5,000  ล้านบาท

ระยะเวลาโครงการ

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสินได้ตั้งแต่บัดนี้  จนถึงวันที่  31  มีนาคม  2565  หรือจนกว่าจะครบกำหนดวงเงิน  5,000  ล้านบาท แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

ค่าธรรมเนียม

  •  ให้ยกเว้น ค่าธรรมเนียมกรณีผู้กู้ชำระคืนเงินกู้เสร็จสิ้น  หรือไถ่ถอนจำนองก่อนครบกำหนดในทุกกรณี  (Prepayment)  ภายในระยะเวลา  3  ปี  นับแต่วันที่ลงนามในสัญญากู้เงิน
  • ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม  ดังนี้

– ค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ  (ค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ : Management Fee  หรือค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ : Front End Fee)  ในอัตราร้อยละ  1.00  ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ

– กรณีใช้ราคาประเมินที่ดินของทางราชการ  ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพที่ดิน  และ/หรืออาคาร  ครั้งละ  800  บาท  ในกรณีเพื่อพิจารณาสินเชื่อใหม่เท่านั้น  ทั้งนี้  ในกรณีทบทวนหลักประกันไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้

– ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ  ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารออมสิน  เรื่อง  อัตราค่าธรรมเนียมบริการประเภทต่าง ๆ

 

 

ปุ่มลงทะเบียน