โครงการรีไฟแนนซ์และการรวมหนี้ ตามมาตรการบ้านดี หนี้เบา – Government Savings Bank

หน้าหลัก > โครงการรีไฟแนนซ์และการรวมหนี้ ตามมาตรการบ้านดี หนี้เบา

โครงการรีไฟแนนซ์และการรวมหนี้ ตามมาตรการบ้านดี หนี้เบา

 

เป็นการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  ตามมาตรการแก้หนี้ระยะยาวด้วยการรีไฟแนนซ์ (refinance)  และการรวมหนี้  (debt consolidation)  โดยใช้หลักประกันในส่วนของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีเหลืออยู่  และไม่มีผลกระทบต่อประวัติข้อมูลเครดิตของลูกค้า

 

12 2

  • ต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19
  • เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่เข้าเงื่อนไขของมาตรการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ต้องไม่เป็น NPL ปัจจุบันไม่มีหนี้ค้างชำระ และยังคงมีศักยภาพในการชำระหนี้

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566

สูงสุด (LTV) ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินหลักประกัน (โดยยอดหนี้ของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นที่นำมารวมหนี้ เมื่อรวมกับยอดหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะต้องไม่เกินกว่ามูลค่าของราคาหลักประกัน)

ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี**

  • สินเชื่อบ้าน ไม่เพิ่มจากเดิม ยกเว้นกรณีมีการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • สินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นที่นำมารวมหนี้ ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เป็นอัตราดอกเบี้ยช่วงลอยตัวตามสัญญากู้เงิน บวกร้อยละ 2 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา

บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล / สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน

  • สินเชื่อรายย่อยที่มีอยู่กับธนาคารออมสิน ธนาคารจะไม่นำดอกเบี้ยค้างของสินเชื่อรายย่อยมารวมกับยอดหนี้ ดังนั้น กรณีผู้กู้ต้องการรวมหนี้สินเชื่อรายย่อยดังกล่าว ผู้กู้ต้องชำระดอกเบี้ยค้างชำระค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่างๆ และเบี้ยปรับในการให้บริการ (ถ้ามี) ให้เสร็จสิ้นก่อนจ่ายเงินกู้
  • สินเชื่อรายย่อยกับสถาบันการเงินอื่น ธนาคารจะทำการรวมหนี้ด้วยวิธีการรวมยอดเงินต้น และดอกบี้ยทั้งหมด
  • ในการชำระหนี้แต่ละบัญชีต้องชำระหนี้ปิดบัญชีเท่านั้น ยกเว้น สินเชื่อที่มีลักษณะเป็นเงินหมุนเวียน เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) หากชำระหนี้ได้เพียงบางส่วนจะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการได้
  • กรณีภาระหนี้ส่วนต่างที่ไม่ได้นำมารวมการขอสินเชื่อในครั้งนี้ และ/หรือกรณีสินเชื่อที่นำมารวมหนี้ในครั้ง มีส่วนเกินจากวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ อาทิเช่น ดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่างๆ และเบี้ยปรับในการให้บริการต่างๆ และเบี้ยปรับในการให้บริการ (ถ้ามี) ฯลฯ ผู้กู้จะต้องชำระยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมดพร้อมทั้งนำหลักฐาน หรือเอกสารในการชำระหนี้มาแสดงในวันที่ทำสัญญากู้เงิน
  • ผู้เข้าร่วมโครงการต้องลงนามสัญญากู้เิงิน และจดทะเบียนจำนองหลักประกันตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาหลักประกัน , ค่าอากรแสตมป์ , ค่าใช้จ่ายในการจดจำนอง และอื่นๆ (ถ้ามี)
  • กรณีผู้เข้าร่วมโครงการผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารสามารถเก็บอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ค่าบริการเบี้ยปรับ ที่เกิดจากการผิดนัดได้ รวมทั้งสมารถดำเนินทางกฎหมายเพื่อบังคับหลักประกันที่จำนองเพื่อชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง

 

หมายเหตุ : หลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า