วิวัฒนาการออมสิน

๒๔๙๐-ปัจจุบัน กรมไปรษณีย์โทรเลขสู่ธนาคารออมสิน

ยกฐานะกองคลังออมสินขึ้นเป็นองค์การของรัฐดำเนินงานโดยอิสระ

history04-00.jpgโดยที่คลังออมสินเป็นที่นิยมของประชาชนกว้างขวางขึ้นโดยรวดเร็ว ทั้งจำนวนผู้ฝากเงิน และจำนวนเงินฝากที่คลังออมสินรับฝากไว้ ปรากฎว่าเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นลำดับ จึงเป็นการเหลือมือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานคลังออมสินตามที่ทำการไปรษณีย์ โทรเลขและอีกประการหนึ่ง สำหรับประชาชนที่ฝากเงินเป็นจำนวนมาก ๆ และเมื่อมีการถอนเงินเป็นจำนวนมาก ทำการจ่ายถอนขลุกขลัก ขัดข้อง หรือล่าช้า เพราะวงเงินเก็บรักษาของสำนักงานคลังออมสินสาขา รวมทั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขที่ปฏิบัติงานคลังออมสินในขณะนั้นมีวงเงินอัน จำกัด เพราะคลังออมสินไม่มีกฎข้อบังคับจำกัดวงเงินถอนเหมือนกับการคลังออมสินในต่าง ประเทศที่เขาปฏิบัติกัน จึงเป็นเหตุให้ประชาชนผู้ฝากไม่สู้จะได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ซึ่งรับบาลในขณะนั้นก็ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่ากิจการออมสินเป็นที่จะต้องปรับปรุงขยายกิจการให้เจริญก้าวหน้ากว้าง ขวางเพื่อให้เหมาะสม กับความเจริญของบ้านเมืองและความนิยมของประชาชนของประชาชนด้วย การคลังออมสิน นับว่าเป็นเส้นเลือดที่สำคัญในทางเศรษฐกิจของรัฐ ควรที่จะสนับสนุนให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและรัฐ เมื่อมีเหตุผลดังกล่าว รับบาลในสมัยนั้นมีหลวงโกวิท อภัยวงศ์ (ควง อภัยวงศ์ ) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ปรึกษาหารือกับนายสวัสดิ์ โสตถิทัต หัวหน้ากองคลังออมสิน ในการที่จะปรับปรุงขยายกิจการคลังออมสิน โดยเห็นเป็นการสมควรที่จะแยกการคลังออมสินเป็นองค์การดำเนินธุรกิจโดยอิสระ เพราะถ้าคลังออมสินยังเป็นกองในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขอยู่ การขยายกิจการ การดำเนินงาน การวางระเบียบปฏิบัติ ข้อบังคับ ตลอดจนการขยายสาขาให้เพิ่มมากขึ้นย่อมจะทำไม่โดยทันที ฉะนั้น จึงได้พิจารณายกร่างพระราชบัญญัติคลังออมสินขึ้นใหม่ โดยยกฐานะกองคลังออมสินขึ้นเป็นองค์การของรัฐดำเนินงานโดยอิสระ พระราชบัญยัติฉบับนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของการประชุมคณะกรรมการ ซี่งรัฐบาลแต่งตั้งขึ้นประกอบด้วย หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์

 

history04-01.jpg


หลวงประดิษฐมนูธรรม 
(ปรีดี พนมยงค์)

นายเสริม วินิจฉัยกุล นายสวัสดิ์ โสตถิทัต และ นายถนิม ปัทมสูท เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วรับหลักการส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป แต่ปรากฎว่า พระราชบัญญัติคลังออมสินยังไม่ได้ทันออกใช้ เนื่องจากได้มีการผัดเปลี่ยนรัฐบาลขึ้นจนถึงรัฐบาลซึ่งมีหลวงประดิษฐมนูธรรม ( ปรีดี พนมยงค์ ) เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้นำพระราชบัญัติคลังออมสินฉบับนี้ขึ้นพิจารณาอีกครั้งหนึ่งปรากฎว่า รัฐบาลนี้เห็นว่ากิจการคลังออมสินนั้นเป็นกิจการที่ควรจะได้ปรับปรุงให้เต็ม รูปเป็นธนาคารออมสินอย่างในต่างประเทศได้แล้ว จึงเห็นสมควรให้เปลี่ยนชื่อพระราชบัญญัติโดยให้เรียกชื่อพระราชบัญญัติฉบับ นี้ว่า พระราชบัญญัติธนาคารออมสินแต่ก็ปรากฎว่า พระราชบัญญัติธนาคารออมสินนี้ก็ยังไม่ได้ออกใช้อีกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง จนถึงสมัยหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ( ถวัลย์ธำรงนาวาสวัสดิ์ ) เป็นนายกรัฐมนตรี ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ พระราชบัญญัตินี้จึงได้ออกใช้เรียกว่าพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ในการที่พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน ได้อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกนี้ นายสวัสดิ์ โสตถิทัต ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขขณะนั้น เป็นผู้มีส่วนดำเนินการมาตั้งแต่ต้นนับแต่การริเริ่ม การวางโครงการและการขวนขวายที่จะให้กิจการ

history04-02.jpg

หลวงโกวิทอภัยวงศ์ (ควง อภัยวงศ์)

"ครั้งดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงคมนาคม ผู้ริเริ่มที่จะให้ตั้ง

คลังออมสินเป็นองค์การ"

history04-03.jpg

หลวงธำรงนาวาสวัสด์

(ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์)

"นายยกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๔๘๙

ออกพระราชบัญญัติ

ธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๙๙"

history04-04.jpg

นายสวัสดิ์ โสตถิทัต

"ผู้อำนวยการ

ธนาคารออมสินคนแรก"

ออมสินได้เป็นธนาคารออมสินจนเป็นผลสำเร็จขึ้น และเพื่อที่จะได้ปฏิบัติงานในด้านธนาคารออมสินได้เต็มที่ในระยะแรก นายสวัสดิ์ โสตถิทัต จึงได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข เพื่อมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และท่านผู้นี้ก็ได้วางรากฐานและผลงานให้แก่ธนาคารออมสินหลายประการ ซึ่งธนาคารออมสินยกย่องและเทอดทูนไว้เป็นอย่างสูง ณ โอกาสนี้ด้วย

 

พระราชบัญญัติธนาคารอออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ นี้ มีสารสำคัญดังต่อไปนี้

1. ให้ธนาคารออมสินเป็นนิติบุคคลโดยให้ธนาคารออมสิน รับโอนบรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และธุรกิจของกองคลังออมสินกรมไปรษณีย์โทรเลขมาดำเนินกิจการต่อไป

2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาตามพ ระราชบัญญัติมีอำนาจและหน้าที่กำกับโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของธนาคารออมสิน แต่งตั้ง หรือถอดถอน คณะกรรมการ ผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการกำหนดเงินบำเหน็จรางวัลของกรรมการ

3. คณะกรรมการธนาคารออมสิน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า ๗ นาย เป็นผู้ควบคุมและดูแลกิจการของธนาคารออมสินทั่วไป

4. ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้จัดการธนาคารออมสิน มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามกฏหมายกฎ และข้อบังคับของธนาคารออมสิน

5. ผลประโยชน์ที่ธนาคารออมสินจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยเงินฝาก จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและจ่ายตามข้อผูกพัน

6. การคืนต้นเงิน และชำระดอกเบี้ยเงินฝาก การจ่ายเงินอื่น ๆ ตามข้อผูกพัน รัฐบาลเป็นประกันทั้งสิ้น

7. ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบรรดาบัญชีของธนาคารออมสิน

8. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศฐานะการเงินของธนาคารออมสินประจำไตรมาส และประกาศรายงานประจำปี ซึ่งธนาคารออมสินได้จัดทำให้ระหว่างปี อาทิเช่น จำนวนผู้ฝาก จำนวนเงินฝาก จำนวนเงินดอกเบี้ย ที่จ่ายและผลประโยชน์ที่ได้มาจากเงินทุนและอื่นๆ สุดแต่จะเห็นสมควร

 

history04-05.jpg


นายถนิม ปัทมสูต 
รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนแรก

พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ นี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ซึ่งเป็นปีที่ ๑ ในรัชกาลแห่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นายถนิม ปัทมสูต รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนแรก นับแต่นั้นมา กิจการของวกองคลังออมสิน ก็แยกออกจากการบังคับบัญชาของกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยให้ธนาคารออมสินดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๐ ธุรกิจของธนาคารออมสินที่ได้รับการโอนจากกรมไปรษณีย์โทรเลข

 

จัดทำตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสินในระยะเริ่มแรก มีธุรกิจดังนี้
 

1. รับฝากเงินออมสินเผื่อเรียก – ประจำ

2. ออกพันธบัตรออมสิน

3. รับฝากเงินออมสินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

4. ออกสลากออมสิน

5. ทำการรับจ่ายและโอนเงิน

6. ซื้อหรือขายพันธบัตรของรัฐบาลไทย

7. การออมสินอื่นๆ ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้

8. กิจการอันเป็นงานของธนาคาร ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ ในการที่จะบริหารกิจการของธนาคารออมสิน ตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน จึงได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการในหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และวารครองตำแหน่งของกรรมการธนาคารออมสินขึ้นคือพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการใน หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและวารครองตำแหน่งของกรรมการแห่งธนาคารออมสิน

 

จัดทำตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสินในระยะเริ่มแรก มีธุรกิจดังนี้
 

1. รับฝากเงินออมสินเผื่อเรียก – ประจำ

2. ออกพันธบัตรออมสิน

3. รับฝากเงินออมสินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

4. ออกสลากออมสิน

5. ทำการรับจ่ายและโอนเงิน

6. ซื้อหรือขายพันธบัตรของรัฐบาลไทย

7. การออมสินอื่นๆ ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้

8. กิจการอันเป็นงานของธนาคาร ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ ในการที่จะบริหารกิจการของธนาคารออมสิน ตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน จึงได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการในหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และวารครองตำแหน่งของกรรมการธนาคารออมสินขึ้นคือพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการใน หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและวารครองตำแหน่งของกรรมการแห่งธนาคารออมสิน

 

พ.ศ. ๒๔๙๐ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีสารสาระสำคัญ คือ

 

๑. พระราชกฤษฏีกาฉบับนี้กำหนดว่า การควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการธนาคารออมสิน ของคณะกรรมการให้รวมตลอดถึงกิจการ ดังนี้ คือ

 

( ก ) การตั้งและเลิกสาขาตัวแทน

( ข ) การกำหนดเงื่อนไขและขอบเขตทั่วไปแห่งธุรกิจประเภทต่างๆ ตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๗ ( ๑) ถึง ( ๗ )

( ค ) กำหนดระเบียบการ

( ง ) การเสนอสมดุลย์ ฐานะการเงิน และรายงานประจำปี

 

๒. ให้คณะกรรมการเลือกตั้งกรรมการหนึ่งนายเป็นประธานกรรมการ

๓. กรรมการ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อธนาคารออมสินในการใช้จ่ายและการเสียหายใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่หรือเกี่ยวกับหน้าที่ซึ่งกระทำโดยสุจริต และมิได้ประมาณเลินเล่ออย่างร้ายแรง

๔. กรรมการมีวารครองตำแหน่ง ๒ ปี ในการบริหารกิจการของธนาคารออมสิน กระทรวงการคลังได้ประกาศแต่งตั้งกรรมการธนาคารออมสิน ดังสำเนาตำแหน่งต่อไปนี้ เรื่อง ตั้งกรรมการธนาคารออมสิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน

 

history04-06.jpg


คณะกรรมการธนาคารออมสิน 
(พ.ศ ๒๔๙๐-๒๔๙๒)

พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่งตั้งกรรมการธนาคารออมสิน คือ

 

๑. ปลัดกระทรวงการคลัง

๒. อธิบดีกรมบัญชีกลาง

๓. อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข

๔. ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

๕. รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

๖. พระยานิติศาสตร์ไพศาล

๗. หลวงบรรณกรโกวิท

๘. หลวงประสาทศุภนิติ

๙. นายสนิท ผิวนวล

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ ๓๐ เมษายน ๒๔๙๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๔๙๐

วิจิตร ลุลิตานนท์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

(คัดจากราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๒๑ เล่มที่ ๖๔ วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๙๐)

history04-07.jpg


พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ 

ประธานกรรมการธนาคารออมสินปี พ.ศ. ๒๔๙๐ คณะกรรมการธนาคารออมสิน ได้เปิดประชุมเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๐ โดยมีนายวิจิตร ลุลิตานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกรุณามากล่าวเปิดการประชุม และที่ประชุมได้มีมติเลือกพระยานิติศาสตร์ไพศาลเป็นประธานกรรมการชั่วคราว ครั้งต่อมาในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๔๙๐ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ ๒ คณะกรรมการธนาคารออมสิน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เอกพระยานิติศาสตร์ไพศาลเป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน

 

นอกจากคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้แต่งตั้งให้๑. นายสวัสดิ์ โสตถิทัต เป็นผู้อำนวยการ ๒. นายถนิม ปัทมสูต เป็นรองผู้อำนวยการ ธนาคารออมสินจนถึงปี ๒๕๐๑ ตามวารครองตำแหน่งของคณะกรรมการธนาคารออมสินแต่แรกเป็นธนาคารออมสินจนถึงปี ๒๕๐๑ ตามวารครองตำแหน่งของคณะกรรมการธนาคารออมสินเป็นวาระๆ ดังนี้

 

วาระที่ ๑ คณะกรรมการธนาคารออมสินอันมีพระยานิติศาสตร์ไพศาลเป็นประธานกรรมการ ( พ.ศ. ๒๔๙๐ – พ.ศ. ๒๔๙๐ )

 

คณะกรรมการธนาคารออมสินอันมีพระยานิติศาสตร์ไพศาลเป็นประธานกรรมการ ( พ.ศ. ๒๔๙๐ – พ.ศ. ๒๔๙๐ ) เนื่องด้วยคณะกรรมการธนาออมสินซึ่งมีพระยานิติศาสตร์ ไพศาล เป็นประธานกรรมการนี้ เป็นคณะกรรมการบริหารกิจการของธนาคารออมสินครั้งแรกนับว่าวรแรกที่ก่อตั้ง ธนาคารออมสินขึ้น ฉะนั้น ในระยะนี้จึงเป็นสมัยแห่งการริเริ่มการวิวัฒนาการ กล่าวคือจะต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง ในด้านธุรกิจและการดำเนินการมากมายหลายอย่าง ดังจะได้กล่าวเป็นลำดับไป คือ ก. การจัดทำพระราชกฤษีกา กฎกระทรวง ระเบียบการ เพื่อปฏิบัติตามความมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ จะต้องมีกำกระทรวงเพื่อเป็นบทบัญญัติบังคับในการดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจใน การรับฝากเงิน ในวารที่๑ แห่งคณะกรรมการชุดนี้ ได้มีกฎกระทรวงประกาศออกใช้ รวม ๕ ฉบับ คือ
 

๑. กฎกระทรวงฉบับที่ ๑ ( พ.ศ. ๒๔๙๑ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน

๒. กฎกระทรวงฉบับที่ ๒ ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน

๓. กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ ว่าด้วยการประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารออมสิน

๔. กฎกระทรวงฉบับที่ ๔ ว่าด้วยการรับจ่ายและโอนเงิน

๕. กฎกระทรวงฉบับที่ ๕ ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทสลากออมสินพิเศษ

 

นอกจากกฎกระทรวง ๕ ฉบับดังกล่าว ธนาคารออมสินยังได้ออกระเบียบการธนาคารออมสิน ดังนี้

 

๑. ระเบียบการะนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑ ) ว่าด้วยเงินลงทุนเลี้ยงชีพของพนักงานธนาคารออมสิน

๒. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๒ ) ว่าด้วยการลาของพนักงานธนาคารออมสิน

๓. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๓ ) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพนักงานธนาคารออมสิน และกำหนดอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่งของพนักงานธนาคารออมสิน

๔. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๔ ) ว่าด้วยการตรวจสอบและรักษาเงินประจำ

๕. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๕ ) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพนักงานธนาคารออมสิน และกำหนดอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่งของพนักงานธนาคารออมสิน

 

ข. การบริหาร และการขยายธุรกิจ

 

ในการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสินนั้น ธนาคารออมสินได้จัดแบ่งส่วนการบริหารธุรกิจในครั้งแรก ดังนี้

 

กองอำนวยการ แบ่งออกเป็น ๑๒ แผนก

 

๑. แผนกเลขานุการคณะกรรมการ

๒. แผนกกลาง

๓. แผนกทะเบียนประวัติพนักงาน

๔. แผนกกฎหมายและสอบสวนคดี

๕. แผนกพัสดุ ยานพาหนะ และรักษาสถานที่

๖. แผนกสถิติพยากรณ์

๗. แผนกพันธบัตรและสลากออมสิน

๘. แผนกสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

๙. แผนกโอนรับและจ่ายเงินและหักลบหนี้

๑๐. แผนกโอนย้ายสถานที่ฝากเงิน

๑๑. แผนกการออมสินและการธนาคาร

๑๒. แผนกทะเบียนรายชื่อผู้ฝาก

 

กองการบัญชี แบ่งออกเป็น ๙ แผนก

 

๑. แผนกบัญชีทั่วไป

๒. แผนกบัญชีผลประโยชน์

๓. แผนกบัญชีการออมสิน

๔. แผนกบัญชีการพันธบัตรและสลากออมสิน

๕. แผนกบัญชีการสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

๖. แผนกบัญชีการธนาคาร

๗. แผนกบัญชีตรวจจ่ายเงินและควบคุมงบประมาณ

๘. แผนกตรวจบัญชี

๙. แผนกเงินและรักษาตราสาร

 

กองการโฆษณา แบ่งออกเป็น ๓ แผนก

 

๑. แผนกปฐกถา และการกระจายเสียง

๒. แผนกโฆษณาทางภาพยนต์

๓. แผนกโฆษณาการเขียน และป้ายต่าง ๆ

 

สำนกงานธนาคารออมสินกลาง แบ่งออกเป็น ๔ หน่วย

 

๑. หน่วยการออมสิน

๒. หน่วยการธนาคาร และการโอนรับละจ่ายเงิน

๓. หน่วยการพันธบัตรและสลากออมสิน

๔. หน่วยการสงเคราะห์และครอบครัว

 

สำนักงานธนาคารออมสินสาขาใหญ่ แบ่งออกเป็น ๕ ภาค คือ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคกลาง, ภาคพระนครและภาคใต้ แต่ละภาคแบ่งเป็นสาขาสองประเภท คือ

 

๑. สำนักงานธนาคารออมสินสาขารอง

๒. สำนักงานธนาคารออมสินตัวแทนไปรษณีย์ฯ คำสั่งบริหารกิจฉบับนี้ประกาศใช้ตั้งแต่ ๑๙ สิงหาคม ๒๔๙๑ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภารกิจในการบริหารงานของผู้ อำนวยการและรองผู้อำนวยการธนาคารออมสินจึงได้จัดแบ่งหน้าที่บริหารส่วนใหญ่ ๆ ของธนาคารออกเป็นฝ่ายมี ๔ ฝ่ายแต่ฝ่ายมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ, และค้นคว้าแนวทางที่จะให้ธุรกิจของธนาคารออมสินเจริญก้าวหน้า ตลอดจนวางระเบียบแบบแผนเพื่อการปฏิบัติกิจทั้งยังแก้ไขปัญหาขัดข้องรวมทั้ง วิจารณ์สถิติและทำรายงานแสดงความเจริญและอุปสรรค เพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้งานเจริญยิ่งขึ้น กับทั้งมีหน้าที่สั่งการมีหน้าที่อื่น ๆ ที่ผู้อำนวยการมอบหมายด้วย

 

ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งใหดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย แต่ละท่านล้วนแต่เป็นผู้ร่วมแรงใจบริหารการออมสินมาแต่แรกตั้งคลังออมสิน ดังมีรายนามต่อไปนี้

 

๑. นายพง สรีพันธ์ หัวหน้าฝ่ายการออมสินเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการออมสิน

๒. นายสนิท ธีรบุตร หัวหน้าฝ่ายากรพันธบัตรและสลากออสิน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการพันธบัตรและสลากออมสิน

๓. นายเจือ จักษุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายการสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการผ่ายการสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

๔. นายผ่านพบ บุษยากร หัวหน้าฝ่ายการธนาคาร เป็นผู้ช่วยอำนวยการฝ่ายการธนาคาร สำหรับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ ของพนักงานนั้น ๆ

 

ธนาคารออมสินแบ่งตำแหน่งมาตรฐานของพนักงานธนาคารออมสิน ดังนี้

 

งานบริหาร แบ่งออกเป็น

๑. หัวหน้าฝ่าย

๒. หัวหน้ากอง

๓. หัวหน้าแผนก

๔. หัวหน้าหน่วย

๕. เสมียน

๖. เสมียนสำรอง

 

งานบัญชี แบ่งออกเป็น

๑. สมุห์บัญชีใหญ่

๒. สมุห์บัญชี

๓. ผู้ช่วยสมุห์บัญชี

๔. พนักงานบัญชี

๕. เสมียนบัญชี

 

งานการเงิน แบ่งออกเป็น

๑. ผู้รักษาเงิน

๒. ผู้ช่วยรักษาเงิน

๓. พนักงานการเงิน

 

งานสาขา แบ่งออกเป็น

๑. ผู้จัดการสาขาใหญ่

๒. ผู้จัดการสาขารอง

 

หมวดบริการ แบ่งออกเป็น

๑. พนักงานรับใช้

๒. พนักงานช่าง

 

เปิดสำนักงานธนาคารออมสินจังหวัดและอำเภอในส่วนภูมิภาค ตั้งแต่ปี ๒๔๙๑ ถึง ๒๔๙๒ เพิ่มขึ้นอีก ๓๒ แห่ง

 

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขารวม ๔ แห่ง คือ

๑.สำนักงานธนาคารออมสินสาขาสมุทรสาคร เปิดทำการเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๑

๒.สำนักงานธนาคารออมสสินสาขาสมุทสงคราม เปิดทำการเมื่อ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๑

๓.สำนักงานธนาคารออมสินสาขานนทบุรี เปิดทำการเมื่อ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๑

๔.สำนักงานธนาคารออมสินสาขาพระประแดง เปิดทำการเมื่อ ๑ กรกฎาคม ๒๔๙๑

 

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขารวม ๒๗ แห่ง คือ

๑.สำนักงานออมสินสาขานครปฐม เปิดทำการเมื่อ ๓ มกราคม ๒๔๙๒

๒. สำนักงานธนาคารออมสินสาขาราชบุรี เปิดทำการเมื่อ ๑ มีนาคม ๒๔๙๒

๓. สำนักงานธนาคารออมสินสาขาสิงห์บุรี เปิดทำการเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๒

๔. สำนักงานธนาคารออมสินสาขาชุมพร เปิดทำการเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๒

๕.สำนักงานธนาคารออมสินสาขาลำพูน เปิดทำการเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๒

๖. สำนักงานธนาคารออมสินสาขาสมุทรปราการ เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๗. สำนักงานธนาคารออมสินสาขาปราจีนบุรี เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๘. สำนักงานธนาคารออมสินสาขากาญจนบุรี เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๙. ธนาคารออมสินสาขาบ้านโป่ง เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑o. ธนาคารออมสินสาขาอุตรดิตถ์ เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๑. ธนาคารออมสินสาขาหาดใหญ่ เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๒. ธนาคารออมสินสาขาอ่างทอง เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๓.ธนาคารออมสินสาขาปทุมธานี เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๔.ธนาคารออมสินสาขาชัยนาท เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๕.ธนาคารออมสินสาขานครนายก เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๖.ธนาคารออมสินสาขาตาก เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๗. ธนาคารออมสินสาขาสุโขทัย เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๘. ธนาคารออมสินสาขาสวรรคโลกเปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๑๙. ธนาคารออมสินสาขาอุทัยธานีเปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๐. ธนาคารออมสินสาขาน่าน เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๑.ธนาคารออมสินสาขาแพรเ่ปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๒.ธนาคารออมสินสาขาเชียงราย เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๓. ธนาคารออมสินสาขาสุรินทร์เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๔. ธนาคารออมสินสาขาขอนแก่นเปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๕. ธนาคารออมสินสาขานครพนม เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๖.ธนาคารออมสินสาขาหนองคาย เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

๒๗.ธนาคารออมสินสาขาสกลนครเปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๒

 

เมื่อได้มีการปรับปรุงและขยายธุรกิจออมสินและเปิด สำนักงานธนาคารออมสินสาขาขึ้น จึงปรากฏว่ามีจำนวนเงินรับฝาก และผู้ฝากเพิ่มขึ้นดังมีสถิติการรับฝากเงินนออมสินแต่ละประเภทดังนี้

 

การฝากเผื่อเรียก – ประจำ

 

พ.ศ.

ฝากเผื่อเรียก

ฝากประจำ

จำนวนผู้ฝาก

๒๔๙๐ ๑๗๒,๔๕๗,๙๑๔ ๒๙,๖๐๒,๓๘๖ ๖๓๖,๔๒๑
๒๔๙๑ ๑๗๔,๑๖๘,๔๔๐ ๓๐,๘๑๗,๗๗๕ ๖๖๕,๗๗๕
๒๔๙๒ ๑๙๗,๖๐๕,๔๐๘ ๒๘,๑๑๖,๓๔๘ ๗๐๔,๕๔๗

 

การฝากเงินประเภทสลากออมสินพิเศษ

 

พ.ศ.

เงินรับฝาก

๒๔๙๐ ๑๐,๕๖๘,๕๘๓
๒๔๙๑ ๑๓,๙๘๓,๔๒๘
๒๔๙๒ ๒๑,๖๓๗,๗๘๕

 

การฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน

 

พ.ศ.

เงินรับฝาก

๒๔๙๐ ๑๐,๕๖๘,๕๘๓
๒๔๙๑ ๑๓,๙๘๓,๔๒๘
๒๔๙๒ ๒๑,๖๓๗,๗๘๕

 

การฝากเงินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครั

 

พ.ศ.

จำนวนผู้ฝาก

จำนวนเงินรับฝาก

จำนวนเงินฝากคงเหลือ

๒๔๙๐ ๘๕ ๕๙,๗๐๐ ๒๐๒,๖๑๖
๒๔๙๑ ๒๗๘ ๑๕๗,๖๘๑ ๓๕๙,๕๙๑
๒๔๙๒ ๘๖๒ ๓๓๒,๗๙๐ ๖๘๘,๙๓๐

 

การฝากเงินประเภทรับจ่ายและโอนเงิน

 

พ.ศ.

รับฝาก

จ่ายคืน

เงินหมุนเวียน

เงินคงเหลือ

๒๔๙๐ ๔๓,๒๗๑,๖๙๗ ๔๓,๘๔๒,๖๕๐ ๘๗,๑๑๔,๓๔๗ ๑,๐๗๖,๕๘๕
๒๔๙๑ ๖๙,๑๔๔,๖๐๑ ๖๘,๖๐๑,๔๓๖ ๑๓๗,๗๔๖,๐๓๗ ๑,๖๑๙,๗๕๐
๒๔๙๒ ๑๐๐,๒๙๑,๔๒๗ ๙๗,๖๕๔,๖๐๙ ๑๙๗,๙๔๖,๐๓๖ ๔,๒๕๖,๕๖๘

 

ค. การสงเคราะห์พนักงาน

 

ในด้านการสงเคราะห์พนักงาน ธนาคารออมสินได้กำหนดวิธีการสงเคราะห์รวม ๒ กรณี คือ ในกรณีที่พนักงานทำการสมรส และกรณีที่พนักงานถึงแก่มรณกรรมทั้งนี้ เนื่องจากธนาคารออมสินได้พิจารณาเห็นว่า การสมรสเป็นกฎแห่งธรรมชาติ และการมรณกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลไม่อาจล่วงพ้นเสียได้ ในการประกอบกิจกรรมทั้งสองย่อมต้องให้จ่ายเงินตามประเพณี สมควรที่เพื่อนพนักงานจะได้ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกัน

 

วิธีการสงเคราะห์ในกรณสมรส และมรณกรรมนี้ ให้ชื่อว่า “สวัสดิสงเคราะห์ " เพื่อเป็นอนสรร์แก่ นายสวัสดิ์ โสตถิทัต ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและให้กำเนิดวิธีการสงเคราะห์นี้ขึ้น โดยกำหนดให้พนักงานทุกคนเป็นสมาชิกและเมื่อสมาชิกคนใดสมรสก็ดี หรือถึงแก่กรรมก็ดี พนักงานทุกคนซึ่งเป็นสมาชิกจะร่วมใจกันสละทรัพย์ส่วนตัวช่วยเหลือแก่ทำการ สมรส หรือถึงแก่มรณกรรม นับแต่มีวิธีการสวัสดิสงเคราะห์เป็นต้นมา ปรากฏว่า พนักงานธนาคารออมสินที่ได้รับการสงเคราะห์สมรสถึง ๔๖๘ ราย และสงเคราะห์พนักงานที่ถึงแก่มรณกรรมถึง ๕๔ ราย

 

วาระที่ ๒ คณะกรรมการธนาคารออมสินอันมีพระยาศรีเสนา ( นายศรีเสนา สมบัติศิริ ) เป็นประธานกรรมการ ( ๓๐ เมษายน ๒๔๙๒ – ๓ มิถุนายน ๒๔๙๕ )

 

เมื่อคณะกรรมการธาคารออมสินชุดที่มี พระยานิติศาสตร์ไพศษลย์ เป็นประธานกรรมการ ได้พ้นวารครองตำแหน่งตามแห่งมาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการในหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและวาระ ครองตำแหน่งของกรรมการแห่งธนาคารออมสิน และได้มีประกาศกระทรวงการคลังเรื่องแต่งตั้งกรรมการธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้

 

history04-10.jpg


คณะกรรมการธนาคารออมสิน 
( พ.ศ. ๒๔๙๒ – ๒๔๙๕ )

และเนื่องด้วยนายสวัสดิ์ โสตถิทัต ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้พ้นหน้าที่ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในโอกาสนี้ด้วย กระทรวงการคลังจึงได้ประกาศแต่งตั้งนายถนิม ปัทมสูต รองผู้อำนวยการเป็นผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการดังต่อไปนี้ เนื่องด้วยคณะกรรมการธนาคารออมสินชุดนี้ มีวารครองตำแหน่งติดต่อกันถึง ๒ วาร คือ ตั้งแต่ ๓๐ เมษายน ๒๔๙๒ ถึง ๓๐ เมษายน ๒๔๙๔ วารหนึ่ง และตั้งแต่ ๓๐ เมษายน ๒๔๙๔ ถึง ๔ มิถุนายน ๒๔๙๕ อีกวารหนึ่ง คณะกรรมการธนาคารออมสินชุดนี้ อันมี พระยาศรีเสนา ( นายศรีเสนา สมบัติศิริ ) เป็นประธานกรรมการ จึงมีโอกาสปรับปรุงและขยายกิจการอันเป็นวิวัฒนาการของธนาคารออมสินได้มากดัง จะกล่าวเป็นลำดับต่อไปนี้

 

 

ก .การจัดทำพระราชกฤษฎีกา

 

กฎกระทรวงและระเบียบการ ได้ออกกระทรวง ๓ ฉบับ คือ

๑.กฎกระทรวงฉบับทื่ ๖ ( พ.ศ. ๒๔๙๓ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

๒.กฎกระทรวงฉบับที่ ๗ ( พ.ศ. ๒๔๙๓ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน

 

นอกจากกฏกระทรวงดังกล่าว ธนาคารออมสินได้ออกระเบียบการธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้

๑. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๖ ) ว่าด้วยเงินลงทุนเลี้ยงชีพซึ่งสะสมจากเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ

๒. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๗ ) ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพของพนักงานธนาคารออมสิน

 

ข. การบริหารและขยายธุรกิจ

 

คณะกรรมการธนาคารออมสินชุดนี้ ได้บริหารและขยายธุรกิจธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้

 

๑.ที่ทำการสำนักงานใหญ่ ธนาคารออมสิน

 

เนื่องด้วยสถานที่ทำการสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินซึ่งตั้งอยู่ ณ ตึกอาคาร ๑ ฝั่งใต้ถนนราชดำเนิน คับแคบ ไม่เพียงพอกับปริมาณของพนักงานและสถานทำการประกอบด้วยในขณะนั้นทางสำนักงาน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการปลูกสร้างอาคารขึ้น ณ สี่แยกคอกวัว เป็นอาคารตึกขนาดใหญ่ ธนาคารออมสินจึงได้ติดต่อขอเช่าตึกหลังนี้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา กษัตริย์ เมื่อการปลูกสร้างแล้วเสร็จ สำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินจึงได้ย้ายสถานที่ทำการจากอาคาร ๑ มาเปิดสถานที่ทำการ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๙๓ และยังคงเป็นสถานที่ทำการมาตราบเท่าปัจจุบันนี้

 

๒.เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขา

 

หลังจากการที่ธนาคารออมสินได้ทำการเปิดสาขาขึ้นเป็นเอกเทศในจังหวัด ต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาคตั้งแต่เป็นธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๙๐ ถึงปีพ.ศ. ๒๔๙๒ รวมถึง ๓๒ แห่ง นับได้ว่าเป็นการขยายงานในด้านเปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขามากที่สุด ฉะนั้น

 

จึงในระยะนี้ธนาคารออมสินจึงเปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขาเพิ่มขึ้นอีก ๔ แห่ง คือ

๑. ธนาคารออมสินสาขาระยอง เปิดทำการเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๓

๒. ธนาคารออมสินสาขาสันป่าตอง เปิดทำการเมื่อ ๘ มกราคม ๒๔๙๔

๓. ธนาคารออมสินสาขาระโนต เปิดทำการเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๔

๔.ธนาคารออมสินสาขาพัทลุง เปิดทำการเมื่อ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๔

 

๓.การใช้เครื่องจักรลงบัญช

 

 

เนื่องด้วยปริมาณการฝากเงินออมสินนับแต่ก่อ ตั้งธนาคารออมสินขึ้นแล้วปรากฏเพิ่มทวีจำนวนมากขึ้นการลงบัญชีแสดงรายการฝากถอนเงินออมสินในสมุดคู่บัญชีและบัตรคู่บัญชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งของธนาคารออมสินกลางและสาขาในพระนครธนบุรี ในวันหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนมากประการหนึ่ง และเพื่อการควบคุมการลงรายยการฝากถอนเงินของสาขาต่าง ๆ ในควบคุมของสาขาใหญ่ภาคกลาง ซึ่งมีสาขาอยู่ในควบคุมเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การลงบัญชีฝากถอนเงินในสมุดและบัตรคู่บัญชีของสำนักงานธนาคารออมสิน กลางและสาขาในพระนคร – ธนบุรี เป็นการรวดเร็วและอำนวยความสะดวกยิ่งขึ้น

 

และเพื่อให้การควบคุมการลงรายการฝากถอนเงินของสาขาต่าง ๆ ในภาคกลางรวดเร็วและรัดกุมยิ่งขึ้น ธนาคารออมสินจึงได้สั่งเครื่องจักรลงบัญชีจากต่างประเทศมาใช้สำหรับลงรายการ ฝากถอนเงินในธนาคารออมสินสาขาภาคกลางก่อนเริ่มใช้เครื่องจักรลงบัญชีตั้งแต่ ๑ กันยายน ๒๔๙๓ และในปีต่อมาได้ส่งเครื่องจักรลงบัญชีสำหรับใช้ประจำที่ธนาคารออมสินกลางและ สาขาในพระนคร – ธนบุรี เริ่มใช้ตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๔๙๔ เป็นต้นมา

 

๔.กำหนดวันออมสิน ๑ เมษายน

 

เนื่องด้วยเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๕๖ เป็นวันก่อกำเนิดการคลังออมสินของประเทศไทย โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิรวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติคลังออมสินขึ้นเป็น ครั้งแรกในประเทศไทย ธนาคารออมสินจึงถือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของการคลังออมสินจึงควร กำหนดให้วันที่ ๑ เมษายน “ วันออมสิน ”

 

๑ เมษายน ๒๔๙๓ เริ่มจัดงาน “ วันออมสิน ” ขึ้นเป็นครั้งแรก

 

ในการจัดงาน “ วันออมสิน ” ธนาคารออมสินได้จัดให้มีพิธีศาสนา และการเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะกรรมการท่านผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญมา และบรรดาพนักงานธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินจัดรถโฆษณาออกทำการรับฝากเงินเคลื่อนที่ ตั้งแต่

 

ก .การจัดทำพระราชกฤษฎีกา

กฎกระทรวงและระเบียบการ ได้ออกกระทรวง ๓ ฉบับ คือ

 

๑.กฎกระทรวงฉบับทื่ ๖ ( พ.ศ. ๒๔๙๓ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

๒.กฎกระทรวงฉบับที่ ๗ ( พ.ศ. ๒๔๙๓ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน นอกจากกฏกระทรวงดังกล่าว ธนาคารออมสินได้ออกระเบียบการธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้

๑. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๖ ) ว่าด้วยเงินลงทุนเลี้ยงชีพซึ่งสะสมจากเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ

๓. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๗ ) ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพของพนักงานธนาคารออมสิน

 

ข. การบริหารและขยายธุรกิ

 

คณะกรรมการธนาคารออมสินชุดนี้ ได้บริหารและขยายธุรกิจธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้

๑.ที่ทำการสำนักงานใหญ่ ธนาคารออมสิน เนื่องด้วยสถานที่ทำการสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินซึ่งตั้งอยู่ ณ ตึกอาคาร ๑ ฝั่งใต้ถนนราชดำเนิน คับแคบ ไม่เพียงพอกับปริมาณของพนักงานและสถานทำการประกอบด้วยในขณะนั้นทางสำนักงาน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการปลูกสร้างอาคารขึ้น ณ สี่แยกคอกวัว เป็นอาคารตึกขนาดใหญ่ ธนาคารออมสินจึงได้ติดต่อขอเช่าตึกหลังนี้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา กษัตริย์ เมื่อการปลูกสร้างแล้วเสร็จ สำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินจึงได้ย้ายสถานที่ทำการจากอาคาร ๑ มาเปิดสถานที่ทำการ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๙๓ และยังคงเป็นสถานที่ทำการมาตราบเท่าปัจจุบันนี้

๒.เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขา หลังจากการที่ธนาคารออมสินได้ทำการเปิดสาขาขึ้นเป็นเอกเทศในจังหวัด ต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาคตั้งแต่เป็นธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๙๐ ถึงปีพ.ศ. ๒๔๙๒ รวมถึง ๓๒ แห่ง นับได้ว่าเป็นการขยายงานในด้านเปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขามากที่สุดฉะนั้น จึงในระยะนี้ธนาคารออมสินจึงเปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขาเพิ่มขึ้นอีก ๔ แห่ง คือ

 

๑. ธนาคารออมสินสาขาระยอง เปิดทำการเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๓

๒. ธนาคารออมสินสาขาสันป่าตอง เปิดทำการเมื่อ ๘ มกราคม ๒๔๙๔

๓.ธนาคารออมสินสาขาระโนต เปิดทำการเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๔

๔.ธนาคารออมสินสาขาพัทลุง เปิดทำการเมื่อ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๔

 

ค. การสงเคราะห์พนักงาน

 

( ๑ ) ได้กำหนดให้มีการอนุเคราะห์ค่ารักษาการเจ็บป่วยแก่พนักงาน บิดา มารดา บุตรธิดา และภรรยาของพนักงาน โดยให้พนักงานแต่ละคนขอรับเงินอนุเคราะห์ได้ไม่เกินปีละ ๕๐๐ บาท

( ๒ ) ได้กำหนดวิธีการสวัสดิสงเคราะห์พนักงานกรณีพ้นหน้าที่ขึ้น เนื่องจากธนาคารออมสินพิจารณาเห็นว่าพนักงานที่ได้ปฏิบัติหน้าที่การงานมา ด้วยความเรียบร้อย ควรที่เพื่อนพนักงานด้วยกันจะได้ทำการช่วยเหลือเช่นเดียวกับพนักงานที่ ถึงแก่กรรมตามระเบียบ ระเบียบสวัสดิสงเคราะห์ฉบับที่ ๑

( ๓ ) ซื้อที่ดินและปลูกสร้างอาคารให้พนักงานเช่าซื้อ ณ ซอยเอกมัย ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร รวมทั้งที่ดิน ๒ แปลง และได้จัดซื้อที่ดินที่ตำบลบางน้ำชน อำเภอธนบุรี จังหวัดธนบุรี อีก ๑ แปลง รวมเป็นที่ดิน ๓ แปลง และธนาคารออมสินได้ทำการปลูกสร้างอาคารขึ้นทั้งหมดรวม ๔๘ หลัง ใช้ชื่อที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารของแต่ละแปลงว่า “ ออมสินเสนา ” เพื่อเป็นกียรติอนุสรณ์แด่ท่านนายศรีเสนา สมบัติศิริ ประธานกรรมการธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและดำเนินการให้ความสงเคราะห์

 

ง.จัดตั้งห้องสมุดธนาคารออมสิน

 

ด้วยห้องสมุดเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่จะได้ จัดให้มีขึ้นเพื่อพนักงานธนาคารออมสินจะได้ใช้เป็นสถานการค้นคว้าตำหรับตำรา หาวิชาความรู้จากการอ่านหนังสือและเป็นการพักผ่อนด้วยในเมื่อเลิกกิจการงาน ประจำวันแล้ว ธนาคารออมสินจึงได้จัดตั้งห้องสมุดและเปิดให้พนักงานเข้าอ่านหนังสือเมื่อ วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๔ การจัดหาหนังสือสำหรับห้องสมุดนั้น ธนาคารได้จัดซื้อหนังสือต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศซึ่งเป็นหนังสือประเภทวิชาการ สารคดี และบันเทิงคดี และได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานธนาคารออมสินหลายคน ที่ได้รับบริจาคหนังสือเข้าบำรุงห้องสมุดเป็นหนังสือจำนวนมาก

 

จ. การจัดทำหนังสือพิมพ์ออมสินสาร

 

เพื่อเป็นการเผยแพร่หลักวิชาการเกี่ยวกับการ ออมสิน การธนาคาร การเศรษฐกิจ ทั้งในทางทฤษฎีและการปฏิบัติแก่พนักงาน พร้อมกับเสนอข่าวสารที่เกี่ยวกับกิจการของธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินจึงได้จัดให้ออกหนังสือพิมพ์ขขึ้นให้ชื่อว่า “ ออมสินสาร ”หนังสือพิมพ์นี้ออกเป็นรายไตรมาส ปีหนึ่งออก ๔ เล่ม และแจกให้เปล่าแก่พนักงานทุกคน

 

นอกจากนี้ธนาคารออมสินยังได้จัดส่งไปบำรุงห้องสมุดประชาชนในจังหวัดและอำเภอ ต่าง ๆ ตลอดจนโรงเรียนทุกแห่งทั่งราชอาณาจักรด้วย หนังสือพิมพ์ออมสินสารเริ่มออกตั้งแต่เดือน มกราคม ๒๔๙๔ เป็นต้นมาตราเท่าปัจจุบันนี้ อนึ่งใคร่ที่จะขอบันทึกไว้ในที่นี้ด้วยว่า หนังสือออมสินสารนี้ นายสวัสดิ์ โสตถิทัต อดีตหัวหน้ากองคลังออมสิน และผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนแรก ได้ป็นผู้ดำริและริเริ่มให้จัดทำขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ครั้งยังเป็นกองคลังออมสิน สำนักงานอยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ในการริเริ่มครั้งนั้น เนื่องจากเอาแบบอย่างมาจากธนาคารออมสินในต่างประเทศ แต่การออกหนังสือพิมพ์ออมสินสารในครั้งนั้นต้องประสบอุปสรรคไม่สามารถดำเนิน การได้ตลอดในระหว่างสงครามคราวที่แล้ว

 

ฉ. จัดตั้งสโมสรธนาคารออมสิน

 

เพื่อที่จะให้พนักงานธนาคารออมสิน ได้มีการพักผ่อนหย่อนใจในยามว่างธนาคารออมสินจึงได้จัดตั้งสโมสรธนาคาร ออมสิน โดยจัดให้มีกีฬาในร่ม เช่น บิลเลียด หมากรุกไทย และหมากรุกฝรั่ง และมีเครื่องดื่มจำหน่ายแก่สมาชิก ได้ทำการเปิดสโมสรขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๔ ฉ. การจัดส่งพนักงานธนาคารออมสินไปดูกิจการออมสินในต่างประเทศ ครั้งที่ ๑ เนื่องในโอกาสท่ี สถาบันการออมสินระหว่างประเทศ ( International Thrift Institute ) ซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ที่เมือง Amsterdam , Holland ได้จัดให้มีการประชุมและอบรมที่เรียกกันว่า Summer School ประจำปี ค.ศ. ๑๙๕๐ ขึ้น ณ เมือง Worcester Collage Oxford ประเทศอังกฤษ ธนาคารออมสินซึ่งเพิ่งได้เข้าเป็นสมาชิกของสถาบันนี้ ก็ได้รับเชิญจากสถาบันแห่งนี้ให้จัดส่งผู้แทนของธนาคารไปร่วมประชุมด้วย ธนาคารออมสินจึงได้แต่งตั้งและมอบหมายให้

 

๑. นายถนิม ปัทมสูต เป็นหัวหน้าคณะ

๒. นายสนิท ธีรบุตร และ

๓. นายผ่านพบ บุษยากร

 

history04-09.jpg


พลเอก หลวงสถิตยุทธการ 
ประธานกรรมการธนาคารออมสินปัจจุบัน

เดินทางไปประชุมสถาบันการออมสินระหว่างประเทศ คณะผู้แทนได้ออกเดินทางโดยเครื่องบิน เค. แอล. เอ็ม. ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๔๙๓ ในการไปประชุมคราวนี้ มีผู้แทนธนาคารออมสินจาก ๑๒ ประเทศเข้าประชุมอบรมประมาณ ๑๐๐ คน คณะผู้แทนได้ถือโอกาสดูกิจการออมสิน ณ ประเทศฮอลแลนด์, เบลเยี่ยม, เดนมาร์ค, เยอรมันนี, สวีเด็น, นอร์เวย์, และฝรั่งเศสด้วย คณะผู้แทนได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อ ๒๘ สิงหาคม ๒๔๙๓ ครั้งที่ ๒ จากการที่ธนาคารออมสินจัดส่งผู้แทนของธนาคารฯ ซึ่งมี นายถนิม ปัทมสูต เป็นหัวหน้าคณะ ได้เข้าประชุมและอบรมที่Oxford University ครั้งที่แล้วเท่ากับเป็นการแผ้วถางทางให้ธนาคารออมสินได้จัดส่งพนักงานไป ศึกษาและดูงานของธนาคารออมสินในประเทศต่าง ๆ ในภาคยุโรปอีกในโอกาสต่อมากล่าวคือในปีพ.ศ. ๒๔๙๔ ธนาคารออมสินได้จัดส่ง นายเจือ จักษุรักษ์, นายสนิท ยศสุนทร, และ นายมี เขียวพันธ์ ไปดูการออมสินและการรับฝากเงินออมสินเคลื่อนที่ ในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันนี ฮอลแลนด์ เบลเยี่ยม เดนมาร์ค และสวีเด็น รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๐ แห่ง

คณะผู้แทนคณะนี้ได้ออกเดินทางโดยเครื่องบินจากพระนคร เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๔ และกลับถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๔๙๔ วาระที่ ๓ คณะกรรมการธนาคารออมสินอันมี พลเอก หลวงสถิตยุทะการเป็นประธานกรรมการ ( ๔ มิถุนายน ๒๔๙๕ - ปัจจุบัน ) เมื่อคณะกรรมการธนาคารออมสิน ซึ่งมีนายศรีเสนา สมบัติศิริ เป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน มีวารครองตำแหน่งครบวารแล้ว กระทรวงการคลังจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการธนาคารออมสินขึ้นใหม่ ดังประกาศกระทรวงการคลังต่อไปนี้

 

history04-10-(1).jpg


คณะกรรมการธนาคารออมสินชุดปัจจุบัน

คณะกรรมการธนาคารออมสินชุดนี้ ได้ทำการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๔๙๕ และประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ พลตรี หลวงสถิตยุทธการ เป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน เนื่องจาก พลตรี หลวงสถิตยุทธการ ซึ่งในปัจจุบันได้รับพระราชทานยศเป็นพลเอก หลวงสถิตยุทธการ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารออมสินเป็นเวลานานติดต่อกันถึง ๔ วาร กล่าวคือ ตั้งแต่ ๔ มิถุนายน ๒๔๙๙ เป็นวารที่สองตั้งแต่ ๔ มิถุนายน ๒๔๙๙ ถึง ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๐

 

ซึ่งนับแต่ตั้งธนาคารออมสินจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นคณะกรรมการธนาคารออมสินชุดที่ ๗ โดยที่ท่านดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตั้งแต่ชุดที่ ๔ เป็นต้นมาเป็นเวลานานถึง ๕ ปีเศษ อันนับได้ว่าท่านได้ทำคุณประโยชน์ให้ธนาคารออมสินได้วิวัฒนาการก้าวหน้าเป็น ลำดับมา ดังจะได้ลำดับการวิวัฒนาการต่อไป สำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินนั้น นับตั้งแต่นายสวัสดิ์ โสตถิทัต พ้นหน้าที่ และนายถนิม ปัทมสูต รองผู้อำนวยการรักษาการแทนเป็นลำดับมานั้นครั้นต่อมากระทรวงการคลัง ได้แต่งตั้งให้หลวงเสถียรดชติสาร ปลัดกระทรวงการคลังมารักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการ ตั้งแต่ ๑๕ มิถุนายน ๒๔๙๓ และหลวงเถียร โชติสาร ได้ดำรงตำแหน่งนี้อยู่จนถึง ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๔

 

ต่อแต่นั้นมา นายถนิม ปัทมสูต ก็ทำหน้าที่ผู้รักษาการในหน้าที่ผู้อำนวยการธนาคารออมสินด้วยอีกตำแหน่ง หนึ่งเป็นลำดับจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๔ กระทรวงการคลังจึงได้แต่งตั้งให้พระยาเชาวนานุสถิตติ์ เป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายถนิม ปัทมสูต เป็นรองผู้อำนวยการดังสำเนาประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องแต่งตั้งผู้อำนวยการธนาคารออมสินดังต่อไปน

 

พระยาเชาวนานุสถิติ์ ได้ดำรงตำแน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินมาจนถึงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๙๙ นับได้ว่าท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการนาน และได้ทำความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการของธนาคารออมสินเป็นอันมาก เมื่อพระยาเชาวนานุสถิติ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินดังกล่าวแล้ว กระทรวงการคลังจึงได้แต่งตั้งให้ พระเสริมพาณิชย์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นการชั่วคราว ตามประกาศกระทรวงการคลังลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๙ ครั้นในเดือน เมษายน ๒๔๙๙ กระทรวงการคลังจึงได้ประกาศแต่งตตั้งพระเสริมพาณิชย์เป้นผู้อำนวยการธนาคาร ออมสิน ดังสำเนาประกาศต่อไปนี้ ประกาศกระทรวงการคลังลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๙ แต่งตั้งพระเสริมพาณิชย์ ให้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๙๙ นั้น

 

history04-11.jpg
พระเสริมพาณิชย์
history04-12.jpg
หม่อมหลวง ปืนไทย มาลากุล
history04-13.jpg
นายพงส์ สรีพันธ์ 
รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

พระเสริมพาณิชย์ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการมาจนถึงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๐ และกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งให้ผู้อำนวยการมาจนถึงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๐ และกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งให้หม่อมหลวงปืนไทย มาลากุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดังสำเนาประกาศกระทรวงการคลังต่อไปนี้

 

สำหรับรองผู้อำนวยการธนาคารออมสินนั้น นายถนิม ปัทมสูต ได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันศุกร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๗ กระทรวงการคลังจึงแต่งตั้งให้นายพงส์ สรีพันธ์ หัวหน้าฝ่ายการออมสิน ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๘ เป็นลำดับมาตราบเท่านายพงส์ สรีพันธ์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษจิกายน ๒๕๐๐ กระทรวงการคลังจึงแต่งตั้งให้นายธง เพ่งเพียร หัวหน้าฝ่ายตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๐๐ เป็นต้นมา

history04-14.jpg
นายธง เพ่งเพียร รองผู้อำนวยการธนาคาร ที่ปรึกษาของธนาคารออมสิน

ในปี ๒๕๐๙ ธนาคารออมสินมีคณะกรรมการผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสิน ดังนี้

 

คณะกรรมการธนาคารออมสิน

 

1. พลเอก หลวงสถิตยุทธการ ประธานกรรมการ

2. พลเอก หลวงจุลยุทธืยรรยง กรรมการ

3. พลอากาศเอก บุญชู จันทรุเบกษา กรรมการ

4. อธิบดีกรมมหาดไทย กรรมการ

5. อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข กรรมการ

6. อธิบดีกรมวิสามัญศึกษา กรรมการ

7. ผู้อำนวยการกองงบประมาณ กรรมการ

8. พระวุฒิศาสสตร์เนติญาณ กรรมการ

9. พระเสริมพาณิชย์ กรรมการ

 

history04-15.jpg
พระยาโทณวณิกมนตรี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
history04-16.jpg
นายเล้ง ศรีสมวงศ ที่ปรึกษา
history04-17.jpg
นายหยุด อุทัย ที่ปรึกษากฎหมาย

ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษาของธนาคารออมสิน นับแต่จดตั้งธนาคารออมสินเป็นต้นมา ธนาคารออมสินมีที่ปรึกษาดังนี้

 

1. นายเล้ง ศรีสมวงศ์ เป็นที่ปรึกษากิตติมาศักดิ์ ตั้งแต่ ๒ ตุลาคม ๒๔๙๑ ถึง ๒๘ ธันวาคม ๒๔๙

2. พระยาโทณวริกมนตรี เป็นที่ปรึกษาทั่วไป ตั้งแต่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๑ ถึงปัจจุบัน

3. นายเสริม วินิจฉัยกุล เป็นที่ปรึกษาทั่วไป ตั้งแต่ ๗ มิถุนายน ๒๔๙๙ ถึงปัจจุบัน

4. อธิบดีกรมที่ดิน เป็นที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการจัดหาผลประโยชน์ของธนาคารออมสิน ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๒ ถึงพฤศจิกายน ๒๕๐๒

5. นายเสริม ศาลิคุปต เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการจัดหาผลประโยชน์ตั้งแต่ ธันวาคม ๒๕๐๑ จนถึงปัจจุบัน

6. นายหยุด แสงอุทัย เป็นการศึกษากฏหมายประจำธนาคารออมสินตั้งแต่ธันวาคม ๒๘๐๑ ถึง ปัจจุบันนี้

 

เนื่องจากคณะกรรมการธนาคารออมสิน ซึ่ง พลเอก หลวงสถิตยุทธการ เป็นประธานกรรมการ และตัวท่านได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการเป็นเวลานานถึง ๔ วาระ ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการแต่ละท่านบ้างก็ตาม ฉะนั้น พลเอก หลวงสถิติยุทธการ จึงเป็นประธานกรรมการที่เจนจัดและเข้าใจในธุรกิจของธนาคารออมสินเป็นอย่างดี และตัวท่านมีเจตนาอันแรงกล้าที่จะขยายกิจการของธนาคารออมสินให้เจริญ ก้าวหน้าเรื่อยไปไม่หยุดยั้ง เพราะฉะนั้น ในการครองตำแหน่งอันนับว่าหลายอย่างดังจะได้กล่าวเป็นลำดับไป ดังนี้

 

การจัดทำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และระเบียบการ

 

๑. กฎกระทรวงฉบับที่ ๘ ( พ.ศ. ๒๔๙๔ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินกฎกระทรวงฉบับนี้ได้เปลี่ยนแปลงความหมายของการ ฝากเงินออมสินประเภทประจำ เป็นฝากประจำหมายความว่า ฝากแล้วถอนได้เมื่อครบหกเดือน นอกจากนั้นก็มีการขยายวงเงินฝากเพื่อคิดดอกเบี้ยประเภทเผื่อเรียกและประจำ ให้สูงขึ้น

 

history04-18.jpg
สำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน ตั้งอยู่ที่สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน พระนคร 
เปิดทำการเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๙๓ จนถึงปัจจุบันนี้

๒. กฎกระทรวงฉบับที่ ๙ ( พ.ศ. ๒๔๙๖ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินกฎกระทรวงฉบับนี้ให้ขยายวงเงินฝากเพื่อคิด ดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากประเภทประจำให้สูงขึ้น

 

๓. กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๐ ( พ.ศ. ๒๔๙๗ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสินกฎกระทรวงฉบับนี้บัญญัติให้มีการ โอนและรับโอนพันธบัตรออมสินแก่กันได้ ๔. กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๑ ( พ.ศ. ๒๔๙๗ ) ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทสลากออมสินพิเศษกฎกระทรวงฉบับนี้บัญญัติให้มีการ โอนและรับโอนสลากออมสินพิเศษแก่กันไดนอกจากกฎกระทรวง๔ ฉบับดังกล่าว ธนาคารออมสินได้ออกระเบียบการธนาคารออมสิน ดังนี้

 

๑. ระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๘ ว่าด้วยการซื้อขาย หรือเก็บเงินตามตราสารเปลี่ยนมือระเบียบการฉบับนี้ ได้กำหนดชนิดของตราการเปลี่ยนมือลักษณะของผู้ขายส่วนลด อัตราค่าส่วนลด ตั๋วข้าว กรรมการราคาของตราสาร วงเงิน ระเบียบการนี้ใช้บังคับตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๕

 

๒. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๙ ) ว่าด้วยส่วนการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสิน และหน้าที่ทั่วไปของหน่วยงานนั้น ๆ

 

ระเบียบการนี้ได้กำหนดให้วางระเบียบการบริหารธุรกิจใหม่ทั้งหมด โดยกำหนดส่วนกรบริหารธุรกิจของธนาคารออมสิน ดังนี้

 

1. ฝ่ายธุรการ

2. ฝ่ายการบัญชี

3. ฝ่ายการออมสิน

4. ฝ่ายการสลากและพันธบัตรออมสิน

5. ฝ่ายการธนาคาร

 

5. ฝ่ายที่จัดตั้งขึ้นมีหน้าที่และแบ่งส่วนงานออกเป็นกอง ดังนี้

 

ก. ฝ่ายธุรการ มีหน้าที่ปฏิบัติกัจการของธนาคารโดยทั่วไป รักษาพระราชบัญญติ ,พระราชกฤษฎีกา กฎ ข้อบังคับ ระเบียบการและคำสั่งของธนาคารออมสินรักษาตราสารทำการสารบรรณและกฎหมาย รักษาห้องสมุด จัดการสวัสดิสงเคราะห์ชีวิตและจัดยานพาหนะและรักษาสถานที่ ดำเนินการรับฝากเงินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ทำการโฆษณาเผยแพร่กิจการออมสิน มีหัวหน้าฝ่ายเป็นผู้บังคับบัญชา และแบ่งกิจการออกเป็น ๓ กองคือ กองกลาง กองการสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว และกองการโฆษณา

 

ข. ฝ่ายการบัญชี มีหน้าที่วางระเบียบบัญชี ควบคุมบัญชี ทำการประมวลบัญชี ตรวจบัญชีทั่วไป ทำหารรักษางบประมาณ ควบคุมรายได้และรายจ่าย ทำหารพัสดุ ทำการสถิติ มีหน้าที่รับ จ่ายและรักษาเงินสด เก็บรัก ษาหลักทรัพย์ ตราสารและทรัพย์มีค่าอื่น ๆ มีหัวหน้าฝ่ายการบัญชีเป็นผู้บังคับบัญชา และแบ่งกิจการออกเป็น ๓ กอง คือ กองประมงบบัญชี กองตรวจบัญชี กองรักษาเงิน

 

ค. ฝ่ายการออมสิน มีหน้าที่ดำเนินการรับฝากเงินออมสิน มีหน้าที่ควบคุมบัญชีเงินฝากออมสิน และบังคับบัญชาควบคุมกิจการของธนาคารออมสินสาขาใหญ่และธนาคารออมสินสาขารอง ตลอดจนตัวแทนทั่วราชอาณาจักร มีห้วหน้าฝ่ายการออมสินเป็นผู้บังคับบัญชา แบ่งเขตควบคุมออกเป็น ๔ ภาค คือ สำนักงานธนาคารออมสินสาขาใหญ่ภาคกลาง สำนักงานธนาคารออมสินสาขาใหญ่ภาคเหนือ สำนักงานธนาคารออมสินสาขาใหญ่ภาคอีสาน และธนาคารออมสินสาขาใหญ่ภาคใต้ และให้ฝ่ายการออมสินแบ่งกิจการออกเป็น ๑ กอง คือ กองการออมสิน

 

ง. ฝ่ายการสลากและพันธบัตรออมสิน มีหหน้าที่ดำเนินกิจการและควบคุมบัญชีที่เกี่ยวแก่การสลากออมสิน และพันธบัตรออมสิน มีหัวหน้าฝ่ายการสลากและพันธบัตรออมสิน เป็นผู้บังคับบัญชาออกเป็น ๒ กอง คือ กอง สลากออมสินและกองพันธบัตรออมสิน

 

จ. ฝ่ายการธนาคาร มีหน้าที่ดำเนินกิจการและควบคุมบัญชีในกิจการอันพึงเป็นงานธนาคาร มีหัวหน้าฝ่ายการธนาคารเป็นผู้บังคับบัญชานอกจากแบ่งธุรกิจออกเป็นฝ่าย ๆ แล้ว ยังมีหน่วยงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คือ สำนักงานเลขานุการ ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ มีแลขานุการเป็นผู้บังคับบัญชา

 

โรงพิมพ์ธนาคารออมสิน ทำการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ของธนาคารออมสิน มีผู้จัดการโรงพิมพ์เป็นผู้บังคับบัญชา

 

๓. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ 10 ) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพนักงานธนาคารออมสิน ระเบียบการฉบับนี้ ได้วาง ระเบียบการแต่งตั้งและถอดถอนพนักงานและกำหนดอัตราเงินเดือนประจำ ตำแหน่งของพนักงานธนาคารออมสินใหม่โดยยกเลิกระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่๕

๔. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ 11) ว่าด้วยการกำหนดอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่งใหม่ทั้งหมด คือ ตำแหน่งในส่วนบริหาร แบ่งออกเป็น หัวหน้าฝ่าย หัวหน้ากอง พนักงานเอก พนักงานโท และพนักงานตรีส่วนบริการ แบ่งออกเป็นพนักงานบริการ

๕. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ 12 ) ว่าด้วยการวินัยของพนักงานธนาคารออมสิน ระเบียบการนี้ได้กำหนดถึงวินัย โทษผิดวินัยของพนักงานตลอดจนการอุธรณ์การลงโทษ

๖. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๓ ) ว่าด้วยการประกันของพนักงานธนาคารออมสิน ระเบียบการฉบับนี้ได้กำหนดให้พนักงานธนาคารออมสินตำแหน่งมีประกันการเข้า ทำงานในธนาคารออมสิน

๗ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๔ ) ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพของพนักงานธนาคารออมสิน ระเบียบการฉบับนี้ออกมาโดยให้ยกเลิกระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑ ) ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพ ระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๖ ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพซึ่งสะสมจากเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ และระเบียบการฯ ฉบับที่ ๗ ว่าด้วยเงินทุนเลี้ยงชีพพนักงาน

๘ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๕ ) ว่าด้วยการสงเคราะห์ของธนาคารออมสินใช้แก่พนักงานธนาคารออมสินหรือ ผู้มีอุปการคุณของธนาคารออมสินระเบียบการฉบับนี้ออกเพื่อเป็นการอนุเคราะห์ พนักงาน และผู้มีอุปการคุณของธนาคารออมสินซึ่งยังไม่มีเคหะสถานเพื่อเป็นที่ อยู่อาศัยของตนเอง ให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ หรือให้มีที่อาศัยโดยเสียค่าบำรุงสถานที่ตามสมควรโดยแบ่งการ สงเคราะห์ออกเป็น ๓ ประเภท คือ

 

ก . ให้กู้ยืมเงินเป็นทุนในการปลูกสร้าง ต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารในที่ดินของตน หรือซื้อที่ดินหรืออาคาร หรือช่วยเปลื้องการจำนอง ข. การสร้างเคหสถานให้เช่าซื้อ

ค. การสร้างอาคารให้แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยเสียค่าบำรุงสถานที่

 

๙ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๖) ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินยังชีพให้พนักงานธนาคารออมสินบางจังหวัดในภาคใต้ ระเบียบการฉบับนี้ออกมาเพื่อช่วยเหลือพนักงานธนาคารออมสินทุกตำแหน่งที่ ปฎิบัติงานประจำ ณ สำนักงานธนาคารออมสินที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล ตรัง ภูเก็ต กระบี่และระนอง

 

๑๐ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๗ ) ว่าด้วยระเบียบการลาไปศึกษา ณ ต่างประเทศด้วยทุนส่วนตัวของพนักงาน ระเบียบการฉบับนี้ออกมาเพื่อเป็นการสงเคราะห์และสนับสนุนแก่พนักงานที่ ประสงค์จะลาไปศึกษาวิชาเพิ่มเติม ณ ค่างประเทศด้วยทุนส่วนตัวของพนักงานเอง อันเป็นการส่งเสริมวิทยฐานะ และจะได้นำวิชาที่ศึกษามาใช้ประโยชน์แก่ธนาคาร

 

๑๑ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๘ ) ว่าด้วยการส่งเสริมสวัสดิภาพของพนักงานธนาคารออมสิน ระเบียบการฉบับนี้ได้กำหนดการส่งเสริมออกเป็น ๓ ประเภท คือ

ก. ให้กู้เงินไปใช้จ่ายในกรณีประสพวินาศภัย

ข. ให้กู้เงินไปเพื่อใช้จ่ายในกรณีประสพโรคภัยไข้เจ็บ

ค. ให้กู้เงินไปใช้จ่ายในกรณีจำเป็น

 

๑๒ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๑๙ ) ว่าด้วยการจัดซื้อสังหาริมทรัพย์เพื่อปลูกสร้างสำนักงาน เนื่องด้วยธนาคารออมสินมีความจำเป็นต้องขยายธุรกิจโดยการเปิดสำนักงานธนาคาร ออมสินสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น

 

๑๓ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๒๐ ) ว่าด้วยการจ่ายเงินค่ารับรองผู้จัดการธนาคารออมสินภาค และผู้จัดการธนาคารออมสินสาขารอง

 

๑๔ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๒๑ ) ว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่ทายาทของพนักงานธนาคารออมสินผู้ถึงแก กรรม และจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่พนักงานธนาคารออมสินผู้ได้รับอันตรายถึง ทุพพลภาพในระหว่างปฎิบัติงานในหน้าที่ระเบียบการฉบับนี้ได้วางหลัก เกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ในกรณีที่พนักงานต้องได้รับอันตรายถึงแก่กรรม และทุพพลภาพ เนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อเป็นบำเหน็จแก่พนักงานเป็นพิเศษ

 

๑๕ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๒๒) ว่าด้วยการเคหสงเคราะห์ของธนาคารออมสินใช้แก่พนักงานธนาคารออมสิน หรือผู้มีอุปการคุณของธนาคารออมสินระเบียบการนี้ได้แก้ไขปรับปรุงวิธีการว่า ด้วยการเคหสงเคราะห์แก่พนักงานและผู้มีอุปการคุณแก่ธนาคารออมสินให้เหมาะสม รัดกุมขึ้น โดยยกเลิกระเบียบการเดิม ( ฉบับ ๑๕ ) นี้เสีย

 

๑๖ . ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๒๓ ) ว่าด้วยการออกตั๋วแลกเงินเพื่อเดินทาง ระเบียบการฉบับนี้ได้กำหนดให้ธนาคารออมสินออกตั๋วแลกเงินเพื่อเดินทาง

 

๑๗ . ระเบียบการธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๒๔) ว่าด้วยระเบียบการลาไปศึกษา ณ ต่างประเทศด้วยทุนส่วนตัวของพนักงานระเบียบการฉบับนี้ได้แก้ไข เปลี่ยนแปลงความบางประการในระเบียบการฉบับที่ ๑๗ ว่าด้วยการนี้

 

๑๘. ระเบียบการธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๒๕) ว่าด้วยเงินค่ารับรองของผู้จัดการสาขาใหญ่ และผู้จัดการสาขารองเสียใหม่โดยให้ยกเลิกระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๒๐

 

๑๙. ระเบียบการธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๒๖) ว่าด้วยการกำหนดอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่งของพนักงานธนาคารออมสินใหม่ โดยยกเลิกระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๑ ใหม่ทั้งหมด

 

๒๐. ระเบียบการธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๒๗) ว่าด้วยส่วนการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสิน และกำหนดหน้าที่ ระเบียบการฉบับนี้ได้กำหนดส่วนการบริหารธุรกิจใหม่โดยให้ยกเลิกระเบียบ ธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๙ เสียทั้งหมด และให้ใช้ระเบียบการฉบับนี้ต่อไป ฉะนั้น ส่วนการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสินแบ่งออกเป็นดังน

ี้

๑. ฝ่ายการออมสิน

๒. ฝ่ายการบัญชี

๓. ฝ่ายธนาคาร

๔. ส่วนขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

 

ฝ่ายการออมสิน มีหัวหน้าฝ่ายการออมสินเป็นผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ดำเนินการรับฝากเงิน ออมสิน ดำเนินกิจการและควบคุมบัญชีที่เกี่ยวแก่การสลากและพันธบัตรออมสิน รับฝากเงินออมสินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีเงินฝากออมสิน และบังคับบัญชาธุรกิจของธนาคารออมสินกลาง ธนาคารออมสินสาขา ตลอดจนตัวแทนทั่วราชอาณาจักร

 

1. กองการออมสิน

2. กองการสลากและพันธบัตรออมสิน

3. กองการสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

4. ธนาคารออมสินกลาง

5. ธนาคารออมสินภาค ๑

6. ธนาคารออมสินภาค ๒

7. ธนาคารออมสินภาค ๓

8. ธนาคารออมสินภาค ๔

9. ธนาคารออมสินภาค ๕

10. ธนาคารออมสินภาค ๖

11. ธนาคารออมสินภาค ๗

 

ฝ่ายการบัญชี มีหัวหน้าฝ่ายการบัญชี เป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวแก่การวางระเบียบการบัญชี การประมวลบัญชี การงบประมาณควบคุมดูแลเกี่ยวกับ ผลประโยชน์ของธนาคาร ควบคุมรายได้และรายจ่าย การสถิติ ทั้งนี้มีหน้าที่รับ-จ่ายและรักษาเงินสด เก็บรักษาหลีกทรัพย์ ตารสาร และทรัพย์สินอื่น ๆ ของธนาคาร

 

ฝ่ายการบัญชี แบ่งกิจการออกเป็น ๔ กอง

 

1. กองประมวล

2. กองผลประโยชน์

3. กองรักษาเงิน

4. กองสถิติ

 

ฝ่ายการธนาคาร มีหัวหน้าฝ่ายการธนาคาร เป็นผู้บังคับบัญชา ดำเนินธุรกิจอันเป็นงานธนาคาร และแบ่งงานธนาคาร และแบ่งกิจการออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้

 

1. ส่วนเลขานุการ

2. ส่วนกระแสรายวัน

3. ส่วนการเงิน

4. ส่วนการบัญชี

5. ส่วนผลประโยชน์

 

ส่วนที่ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการ ส่วนที่ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการ คือ

 

1. ผู้ชำนาญาการ

2. สำนักเลขานุการ

3. กองสารบรรณ

4. กองการปกครอง

5. กองการตรวจการ

6. กองการโฆษณา

7. กองพัสด

 

ผู้ชำนาญการ มีหน้าที่ทำการค้นคว้าเพื่อความวิวัฒนาการในธุรกิจของธนาคารออมสิน เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในธุรกิจทั่วไป สำนักเลขานุการ มีเลขานุการธนาคารออมสินเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวแก่การเลขานุการของคณะกรรมการ การเลขานุการ ของผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ กองสารบรรณ มีหัวหน้ากองสารบรรณ เป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ปฏิบัติกิจการโดยทั่วไปของธนาคาร รักษาพระราชบัญยัติ พระราชกฤษฎีกา กฏข้อบังคับ ระเบียบการ และคำสั่งของธนาคาร ทำหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายและสัญญา รักษาตราธนาคาร รักษาสถานที่ ทำหน้าที่เกี่ยวแก่ยานพาหนะ และการอื่น ๆ อันเป็นงานสารบรรณ กองการปกครอง มีหัวหน้ากองการปกครอง เป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการทะเบียนประวัติ รักษาห้องสมุด การสวัสดิสงเคราะห์ เก็บและรักษาเอกสารต่าง ๆ ของธนาคาร ดำเนินธุรกิจในด้านการปกครอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งกฎข้อบังคับ ระเบียบการคำสั่งต่าง ๆ ทำหน้าที่เกี่ยวกับเงินเดือนและการเงินของพนักงาน กองการตรวจการ มีหัวหน้ากองตรวจการ เป้นผู้บัคับบัญชา มีหนาที่ตรวจสอบบัญชีทั่วไป รวมทั้งรายได้รายจ่ายของธนาคาร ดำเนินการเกี่ยวกับคดีทุจริต สืบสวนและสอบสวนคดีทุจริต ตรวจตราในธุรกิจทั่วไปของธนาคาร

 

ตลอดจนสอดส่องดูแลความประพฤติและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน กองการโฆษณา มีหัวหน้ากองการโฆษณา เป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ทำการโฆษณาเผยแพร่ชักชวนให้ประชาชนประหยัดและออมทรัพย์ ตลอดจนให้นิยมฝากเงินไว้กับธนาคารออมสินทุกวิถีทาง กองพัสดุ มีหัวหน้ากองพัสดุเป็นผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุจัดหาและ เก็บรักษาสิ่งของและครุภัณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคาร และการจ่าย ระเบียบการฉบับนี้ เป็นวิวัฒนาการอีกขั้นหนึ่งใหการดำเนินการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสิน นับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษจิกายน ๒๔๙๕ เป็นลำดับมา จนกระทั่งธนาคารออมสินได้กำหนดระเบียบการฉบับนี้ และใช้ระเบียบการฉบับนี้ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๐๐ เป็นต้นไป

 

๒๑. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๒๘ ) ว่าด้วยการกำหนดอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่งของพนักงาน ระเบียบการฉบับนี้ แก้ข้อความบางประการในระเบียบการฉบับที่ ๒๖

 

๒๒. ระเบียบการธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๓๐ ) ว่าด้วยการประกันของพนักงานระเบียบบการฉบับนี้เปลี่ยนแปลงการแก้ไขระเบียบ การธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๓ กล่าวคือวางอัตราหลักทรัพย์ เงินสด หรือหลักประกันอื่น ๆ ของพนักงานให้สูงขึ้น

 

๒๓. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๓๑ ) ว่าด้วยส่วนการบริหารธุรกิจของธนาคารออมสินและกำหนดหน้าที่ ระเบียบการฉบับนี้กำหนดให้ยุบเลิกตำแหน่งผู้ชำนาญการ

 

๒๔. ระเบียบการธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๓๒ ) ว่าด้วยเงินค่ารับรองของผู้จัดการธนาคารออมสินภาค และผู้จัดการธนาคารออมสินสาขา

 

๒๕. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๓๓ ) ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้สอยในการเดินทางธุรกิจของธนาคารออมสินและเงินค่า อาหารทำการล่วงเวลา ระเบียบ การฉบับนี้ได้วางระเบียบการเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะเดินทาง ค่าเช่าที่พักตลอดจนการทำงานล่วงเวลาของพนักงาน

 

๒๖. ระเบียบการธนาคารออมสิน ( ฉบับที่ ๓๔ ) ว่าด้วยการซื้อขายหรือเก็บเงินตามตราสารเปลี่ยนมือ ระเบียบการฉบับนี้ให้ธนาคารออมสินรับซื้อตราสารเปลี่ยนมือเพิ่มขึ้น คือตั๋วแลกเงิน ( Bill of Exchange ) และตั๋วสัญญาใช้เงิน ( Promissory Note )

 

รวมระเบียบการที่ออกใช้ทั้งสิ้น ๒๗ ฉบับ แต่ที่แสดงไว้ในที่นี้เพียง ๒๖ ฉบับอีก ๑ ฉบับ ธนาคารออมสินถือเป็นการลับ คือระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๒๙

 

ข. การขยายธุรกิจ ในด้านการขยายธุรกิจ ธนาคารออมสินได้เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ ถึง ๒๕๐๑ เพิ่มขึ้นดังนี้ ( พ.ศ. ๒๔๙๕ ไม่มีการเปิดสาขา)

 

พ.ศ. ๒๔๙๖ เปิดสสำนักงานธนาคารออมสินสาขา ๒๒ แห่ง คือ

 

๑.ธนาคารออมสินสาขาปัตตานี เปิดทำการเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๖

๒. ธนาคารออมสินสาขาบุรีรัมย์ เปิดทำการเมื่อ ๑๗ สิงหหาคม ๒๔๙๖

๓. ธนาคารออมสินสาขาพะเยา เปิดทำการเมื่อ ๒๑ สิงหาคม ๒๔๙๖

๔. ธนาคารออมสินสาขาโพธาราม เปิดทำการเมื่อ ๑ กันยายน ๒๔๙๖

๕. ธนาคารออมสินสาขาป่าซาง เปิดทำการเมื่อ ๙ กัยยยายน ๒๔๙๖

๖. ธนาคารออมสินสาขาตราด เปิดทำการเมื่อ ๒ พฤศจิกายน๒๔๙๖

๗. ธนาคารออมสินสาขากบินทร์บุรี เปิดทำการเมื่อ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๖

๘. ธนาคารออมสินสาขาประจวบคีรีขันธ์ เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๙. ธนาคารออมสินสาขาหัวหิน เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๐. ธนาคารออมสินสาขานราธิวาส เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๑. ธนาคารออมสินสาขายะลาเปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๒. ธนาคารออมสินสาขาสตูล เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๓. ธนาคารออมสินสาขากระบี่ เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๔. ธนาคารออมสินสาขาพังงา เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๕.ธนาคารออมสินสาขาระนอง เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๖. ธนาคารออมสินสาขาเลย เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๗. ธนาคารออมสินสาขากาฬสินธุ์ เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๘. ธนาคารออมสินสาขาศรีษะเกษ เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๑๙. ธนาคารออมสินสาขาชัยภูมิ เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๒๐.ธนาคารออมสินสาขาพิจิตร เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

๒๑. ธนาคารออมสินสาขากำแพงเพชร เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖ ๒๒. ธนาคารออมสินสาขาเพชรบูรณ์ เปิดทำการเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๖

 

พ.ศ. ๒๔๙๗ เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขา ๑๐ แห่ง คือ

 

๑. ธนาคารออมสินสาขาพระพุทธบาท เปิดทำการเมื่อ ๑ กุมพาพันธ์ ๒๔๙๗

๒. ธนาคารออมสินสาขาหล่มสัก เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๗

๓.ธนาคารออมสินสาขาตะพานหิน เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๗

๔. ธนาคารออมสินสาขายโสธรเปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๗

๕. ธนาคารออมสินสาขาดำเนินสะดวก เปิดทำการเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๗

๖. ธนาคารออมสินสาขาศรีราชา เปิดทำการเมื่อ ๒๐ กันยายน ๒๔๙๗

๘. ธนาคารออมสินสาขาพยุหคีรี เปิดทำการเมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๗

๙. ธนาคารออมสินสาขาโคกกะเทียม เปิดทำการเมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๗

๑๐. ธนาคารออมสินสาขาประจันตคาม เปิดทำการเมื่อ ๙ ตุลาคม ๒๔๙๗

๑๑. ธนาคารออมสินสาขาอรัญญประเทศ เปิดทำการเมื่อ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๙๗

 

พ.ศ. ๒๔๙๘ เปิดสำนักงานธนาคารออมสินสาขา ๑๐ แห่ง คือ

 

๑. ธนาคารออมสินสาขาทุ่งสอง เปิดทำการเมื่อ ๑๐ มกราคม ๒๔๙๘

๒. ธนาคารออมสินสาขาสะพานแดง เปิดทำการเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๙๗

๓.ธนาคารออมสินสาขาสันกำแพง เปิดทำการเมื่อ ๑ เมษายน ๒๔๙๘

 

สำนักงานธนาคารออมสินภาค และ สำนักงานธนาคารออมสินสาขา