ผู้ก่อตั้ง

พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๐

นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร

ceo-13.jpg

นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร

(๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ – พ.ย. ๒๕๕๐)

การขยายกิจการธนาคาร

เน้นให้มีสายการบังคับบัญชาสั้นลง โดยให้ความสำคัญของลูกค้าเป็นหลัก(Customer Oriented) ที่เป็นธุรกิจรายย่อย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพิ่มหน่วยงาน เพื่อขยายธุรกิจของธนาคาร ดังต่อไปนี้

  1. สำนักกลยุทธ์และแผนงาน
  2. สำนักบริหารงบประมาณ
  3. สำนักวิจัยและพัฒนา
  4. สำนักสื่อสารองค์การ
  5. ฝ่ายธุรกิจตราสารหนี้และสินเชื่อภาครัฐ
  6. สำนักธุรกิจการเงินส่วนบุคคล
  7. ฝ่ายสินเชื่อนครหลวง
  8. ฝ่ายสินเชื่อภูมิภาค
  9. ฝ่ายสินเชื่อนโยบายรัฐ
  10. ฝ่ายสินเชื่อเพื่อสังคมและชุมชน
  11. สำนักปรับหนี้สินภาคประชาชน
  12. ฝ่ายธุรกิจอิสลาม
  13. ฝ่ายบัตรเครดิต
  14. ฝ่ายปฏิบัติการและเครือข่ายสารสนเทศ
  15. ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน
  16. ฝ่ายจัดหาพัสดุและบริการ

 

การพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล

กำหนดเป้าหมายหลัก ๔ ประการ ในการปรับปรุงระบบการบริหารงานบุคคล

  1. สอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์
  2. ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล
  3. ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล
  4. คุณภาพชีวิตการทำงานที่ดี

 

การบริหารงานบุคคลที่ได้ปรับปรุงแล้ว ได้แก่
  • การสรรหาพนักงานทั้งระดับบริหารและปฏิบัติการ ใช้วิธีประกาศรับสมัครจากบุคคลภายนอก ทางหนังสือพิมพ์ และ เว็บไซต์
  • การเลื่อนตำแหน่งของพนักงานใช้ระบบ Fast Track
  • การพัฒนาบุคลากรโดยให้ทุนการศึกษาต่อทั้งภายในประเทศและต่างประเทศขยาย ถึงระดับปริญญาโท และ เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกรับทุนการศึกษาจากธนาคารได้
  • เพิ่มหลักสูตรพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษแก่ผู้บริหารและพนักงานระดับปฏิบัติการ เสริมสร้างความรู้และทักษะด้านคอมพิวเตอร์ของพนักงาน
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี ให้ประเมินผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมาย การทำงานรายบุคคล (KPI)
  • เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรคนละ ๓๐๐ บาทต่อเดือน
  • เพิ่มเงินช่วยเหลือและการทำประกันอุบัติเหตุให้กับพนักงานและลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคนละ ๕,๐๐๐ บาท
  • เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าเครื่องแบบพนักงานทุกคนเป็นคนละ ๒,๕๐๐ บาท ต่อปี และแจกผ้าตัดชุดทำงานให้พนักงานหญิงและเนคไทให้พนักงานชาย
  • ขยายวงเงินกู้สวัสดิภาพเป็น ๑๒ เท่าของเงินเดือนไม่เกินค่าใช้จ่ายจริงระยะเวลาผ่อนชำระ ๖๐ เดือน
  • ปรับการเบิกจ่ายค่ารับรองประจำของผู้บริหารระดับผู้จัดการสาขาหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นรายไตรมาส
  • ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ พนักงานจะได้รับโบนัส ๒ งวด งวดแรกในเดือนกุมภาพันธ์ งวดที่ ๒ เดือนมีนาคม

 

การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของธนาคาร

  • ด้านการบริการ ATM การบริการเงินฝาก การให้บริการสินเชื่อ พัฒนาระบบ Credit Bureau และระบบ Data Warehouse ทำให้สามารถปิดบัญชีได้ภายใน ๓ วันทำการ
  • ขยายสาขาในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ขยายหน่วยให้บริการด้วยเรือเคลื่อนที่ รถเคลื่อนที่ ติดตั้งตู้ ATM บูธแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและสนับสนุนการปิดธนาคารการเปิดธนาคารในหมู่บ้านชนบทห่างไกล
  • ปรับภาพลักษณ์สาขาและอาคารสำนักงานใหญ่ สถานที่รับประทานอาหารของพนักงานและระบบรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณสำนักงานใหญ่
  • แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจากการดำเนินกิจการใน พ.ศ. ๒๕๔๕ และจัดทำแผนแม่บทบริหารความเสี่ยงระยะ ๓ ปี แยกงานบริหารความเสี่ยงออกเป็นงานบริหารความเสี่ยงภาพรวม, งานบริหารความเสี่ยงสินเชื่อและงานสอบถามสินเชื่อ, งานบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องและตลาด ตลอดจนพัฒนางานด้านบริหารความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

 

พัฒนาธุรกิจ

ธนาคารได้พัฒนาธุรกิจด้านเงินฝาก เงินให้สินเชื่อเพื่อบริการประชาชนเพิ่มขึ้นหลายประเภท นอกจากนี้ยังขยายประเภทสินทรัพย์เพื่อรับเป็นหลักประกันในการลงทุนของประชาชนตามโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ได้แก่

  1. หนังสือรับรองของการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ผ่อนผัน แผลค้าและตลาดที่อยู่ในกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (เทศบาล อบต. อบจ.)
  2. สัญญาอนุญาตให้ใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
  3. สัญญาอนุญาตให้ใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
  4. สิทธิการเช่าที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์
  5. สิทธิการเช่าเพื่อจำหน่ายสินค้าในแผงค้าของกรุงเทพมหานคร
  6. สิทธิการเช่าแฟลต แผงค้า ร้านค้า อาคารพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติ
  7. ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทเครื่องหมายการค้าสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร

 

การปรับปรุงภาพลักษณ์ขององค์การและการสื่อสาร

ใช้สีชมพูและทองมาเป็นสีหลักของธนาคารให้เด่นสะดุดตา ได้แก่ ตราสัญลักษณ์ของธนาคาร เครื่องแต่งกายพนักงาน รูปแบบของสาขาตู้เอทีเอ็ม สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิตอุปกรณ์และเอกสารต่างๆ รวมทั้งอินทราเน็ตและจัดการประชุมแบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทางไกลกับธนาคารออมสินในส่วนภูมิภาคมาใช้

 

การรณรงค์และส่งเสริมการออม

 

 

สำหรับแนวทางการดำเนินงานใน พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดนโยบายหลักของธนาคาร ๔ ด้าน

ภายใต้วิสัยทัศน ์ “เป็นสถาบันที่มั่นคงของประเทศ เพื่อการออม การลงทุน การสร้างเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาประเทศ และการบริหารทางการเงินที่ครบวงจรแก่ประชาชนทุกระดับทั่วประเทศ” ดังต่อไปนี้

 

1. นโยบายส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน

มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจด้านการออมให้มีความหลากหลายและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยการทำประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงรุก พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการออมและการสร้างวินัยทางการเงิน

 

2. นโยบายส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมนระดับฐานรากตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

มุ่งเน้นสนับสนุนเงินทุนหรือเงินกู้ยืมแก่ลูกค้าในระดับฐานรากและวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมการพัฒนาอาชีพลูกค้าฐานราก การสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการของสถาบันการเงินชุมชน

 

3. นโยบายเพิ่มและขยายการให้บริการและธุรกรรมทางการเงิน

มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ขยายขอบเขตธุรกรรมในส่วนที่ธนาคารยังไม่ชำนาญ ขยายสินเชื่อข้อตกลงกับหน่วยงานและให้สินเชื่อต่อยอดแก่ลูกค้าชั้นดี ดำเนินการพ่วงผลิตภัณฑ์ (Cross Selling) รวมถึงการขยายช่องทางให้บริการในรูปแบบสาขา หน่วยให้บริการ รถเคลื่อนที่และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเพื่อสนับสนุนการลงทุนพัฒนาประเทศ

 

4. นโยบายเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถทางการแข่งขัน

มุ่งเน้นการบริหารและพัฒนาด้านทรัพยากรบุคคลให้เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ การปรับปรุงภาพลักษณ์สำนักงานสาขาและสำนักงานใหญ่ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพการวางแผน โดยใช้ Balanced Seorecard และ Economic Value Addedการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน พัฒนาระบบ Core Banking และระบบข้อมูลเพื่อการบริหาร

 

ในเดือนธันวาคม ๒๕๔๙ นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินได้รับเลือกจากกองบรรณาธิการนิตยสารดอกเบี้ยและหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจให้เป็นนักการธนาคารแห่งปี ๒๕๔๙ (Banker of The Year 2006)