Money-Trend-Banner-01.jpg
    รู้เท่าทันกลโกงการเงินนอกระบบ
    Posted by GSB MoneyTrend on 07/12/2020 16:09

    หาแหล่งเงินกู้ที่ไหนดี? บางครั้งเวลาเราต้องทำธุรกิจส่วนตัว ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี แต่ต้องมา สะดุดเรื่องการเงิน นั่นคือ หมุนเงินไม่ทัน หรือแม้แต่ช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้ขายของไม่คล่อง ก็ทำให้เกิดอาการหมุนเงินไม่ทันได้เช่นกัน


    “เงินด่วนอนุมัติทันที”
    เมื่อคำๆ นี้วนเข้ามาในหัว ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นเงินง่าย อนุมัติง่ายๆ แต่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นหนี้นอกระบบ ที่มีคนเอาเหยื่อมาล่อให้เราติดกับดัก มีกลโกงที่เจ้าของเงินกู้ หรือเจ้าหนี้ไม่ได้บอกรายละเอียดเราทั้งหมด จะมีอะไรบ้างติดตามกันเลย

    กลโกงแรก : แจ้งว่าให้ดอกเบี้ยต่ำ

                   ส่วนใหญ่หนี้นอกระบบเหล่านี้มักจะบอกตัวเลขดอกเบี้ยต่ำๆ เช่น กู้ได้ด้วยดอกเบี้ยต่ำแค่ 10% แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่ามันคือ 10%ต่อวัน หรือ 10%ต่อปี หากเป็นแบบแรกดอกเบี้ย 10%ต่อวัน มันคือ 360% ต่อปี เรียกว่าตั้งแต่เราเริ่มกู้เงิน นำเงินมาใช้ดอกเบี้ยก็จะกินเราหมด ทิ้งไว้ครบปี เราต้องจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นกว่า 300 เท่า!
    ด้วยดอกเบี้ยที่สูงอย่างมากขนาดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเมื่อได้เงินมาก็มักจะเป็นลูกหนี้ตลอดกาล เพราะดอกเบี้ยแพงขนาดนี้ใครจะจ่ายไหว ถ้าเราหลุด จากสภาพลูกหนี้มาได้ ถือว่าเราโชคดีมากๆ ทางที่ดีก่อนจะกู้เงินในลักษณะนี้ควรดูให้ดี ให้ดีที่สุดคือ ไม่ควรเข้าไปกู้ยืมเลยจะดีที่สุด

    กลโกงที่สอง : ดอกเบี้ยจ่ายแบบทบต้นทบดอก

                เมื่อเรากู้เงินนอกระบบ บางครั้งจะมีการทำสัญญา และเราต้องเซ็นต์รับสัญญาเงินกู้ ถ้าเราดูไม่ดี หรืออ่านไม่สัญญาไม่เป็น ไม่ได้อ่านรายละเอียดว่าเราต้องจ่ายดอกเบี้ยอย่างไร เจ้าหนี้ที่มีกลโกงก็จะทำสัญญาแบบคลุมเครือ ทำให้เราอ่านไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะส่วนที่สำคัญของสัญญาคือ การจ่ายดอกเบี้ย ถ้าเป็นดอกเบี้ยแบบทบต้นทบดอก เรากำลังมีปัญหาแล้วล่ะ
                ดอกเบี้ยลักษณะนี้ หากเราหยุดจ่าย มันจะเริ่ม “ทบต้น” ยกตัวอย่างเช่น เรากู้เงินมา 1 แสนบาท แล้วหยุดจ่ายทันที อัตราดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้คิดที่ 10% ต่อเดือน แบบทบต้นทบดอก ปกติอัตราดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน จะเท่ากับ 120% ต่อปี (1 ปีมี 12 เดือน) แต่ถ้าเราหยุดจ่ายมันจะเริ่ม “ทบดอกเบี้ย” ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยจะมาทบเงินต้น และคิดดอกเบี้ยจากยอดใหม่ ในกรณีนี้เมื่อเราหยุดจ่ายตั้งแต่เริ่มกู้ เงินต้นจะถูกทบเป็น 2.2 แสนบาท ถ้าเรายังไม่จ่ายมันจะทบไปเรื่อยๆ ในกรณี 120% ต่อปี เราจะมียอดเงินกู้แตะหลักล้านในเวลาไม่ถึง 5 ปี
                หากเราหลีกเลี่ยงการกู้นอกระบบไม่ได้ ก็ควรอ่านสัญญาให้รอบคอบ ถ้ายังไม่แน่ใจไม่ควรจรดปากกาเซ็นรับสภาพลูกหนี้ แต่ทางที่ดีควรหลีกหนีจากเจ้าหนี้ลักษณะนี้จะดีที่สุดเช่นกัน

    กลโกงที่สาม : ระบบขายฝาก

                หากเราสังเกตดีๆ ตามเสาไฟฟ้า ตามกำแพงสถานที่ต่างๆ จะมีป้ายแปะ “เงินด่วน-ขายฝาก” ขายฝากคืออะไร? สำหรับการขายฝากในการปล่อยเงินนอกระบบก็คือ การนำที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ไปค้ำประกันเงินกู้ แต่ในลักษณะของการ ขายฝาก ผู้กู้จะต้องโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของให้กับเจ้าหนี้ หลายรายไปโอนกันเป็นเรื่องเป็นราวที่กรมที่ดินเลย
                การขายฝากนั้น หากเราหาเงินมาจ่ายค่างวดไม่ทัน เจ้าหนี้มีสิทธิ์ที่จะยึดทรัพย์ มาเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน อสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ การขายฝากจึงเป็นระบบที่ เอาเปรียบผู้กู้อย่างมาก อาศัยความไม่รู้ ของผู้กู้ให้ทำสัญญาแบบหมดทางสู้ ยังไม่นับดอกเบี้ยมหาโหดที่เราต้องจ่ายทุกเดือน (บางพื้นที่เป็นดอกเบี้ยรายวันก็มี)
                คำแนะนำของผู้เขียนก็คือ เราไม่ควรนำสินทรัพย์ไปขายฝากเด็ดขาด ยิ่งหากเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ากับเรา หรือเป็นที่ทำมาหากิน ที่อยู่อาศัยที่เราต้องอาศัยอยู่ทุกๆ วันยิ่งไม่ควรนำไปขายฝาก เพื่อให้ได้เงินด่วนมาอย่างเด็ดขาด

    กลโกงที่สี่ : การทวงหนี้แบบมหาโหด

                นอกจากดอกเบี้ยโหด กลโกงรูปแบบต่างๆ ที่ได้เล่าความไปข้างต้นแล้ว ยังมีสิ่งที่ทำให้ลูกหนี้ที่เผลอไปกู้เงินนอกระบบต้องหวาดผวาก็คือ การทวงหนี้แบบมหาโหด การทวงหนี้มีทั้งข่มขู่ รูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ก่อกวนความสงบ โทรศัพท์มาขู่ หรือแม้แต่ทำร้ายร่างกายก็มี
                ก่อนที่เราจะกู้เงิน เจ้าหนี้ก็ตีหน้าใส พูดจาดีๆ หว่านล้อมให้เราเอาเงินไปใช้ นับตั้งแต่เราเซ็นสัญญาเงินกู้ และนำเงินออกมา เราก็จะพบกับกลโกงสารพัดรูปแบบ ทั้งหมกเม็ด ทำสัญญาให้อ่านยาก ดอกเบี้ยสูง แถมด้วยการทวงหนี้แบบไร้ความปราณี อย่างที่เคยแนะนำมาตลอดว่า หากเราไม่จำเป็นจริงๆ อย่าไปกู้เงินนอกระบบ พยายามหาทางขอสินเชื่อในระบบที่ถูกกฎหมายจะดีกว่า
                   
    คำว่า “นอกระบบ” หมายถึงการไร้กฎเกณฑ์ควบคุมใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการควบคุมจากธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ จะขุดรีดดอกเบี้ย หรือใช้เงื่อนไขแปลกๆ แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้เท่านั้น สถานะก่อนกู้กับหลังจากกู้ของลูกหนี้นั้นมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ทางที่ดี่เมื่อเรารู้เท่าทันกลโกงหนี้นอกระบบแล้ว การเลือกใช้บริการจากสถาบันทางการเงินที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐนั้นเป็นทางออกที่ปลอดภัยกว่า

    ศึกษารายละเอียดสินเชื่อออมสินเพิ่มเติมได้ที่นี่

    รู้เท่าทันกลโกงการเงินนอกระบบ

     ---------------------------------------------------------------