กองทุนรวมหุ้นระยะยาว

(Long Term Equity Fund : LTF)

เป็นกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นโดยทางการสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบัน (ซึ่งก็คือกองทุนรวม) ที่จะลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์ฯ

กองทุน LTF

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการออมหรือลงทุนระยะยาวเพื่อความมั่นคงในอนาคต ในขณะเดียวกันก็ต้องการวางแผนภาษี ในแต่ละปีของตนเองให้ดีขึ้น คุณคงไม่อยากพลาด 2 กองทุนคู่หูที่ใครๆ ก็พากันเรียกว่า “แฝดคู่สวยช่วยประหยัดภาษี”อย่าง “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (Long Term Equity Fund : LTF) และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (Retirement Mutual Fund : RMF)

LTF คืออะไร

 LTF ย่อมาจากคำว่า “Long Term Equity Fund” หรือเรียกใน ชื่อไทยว่า “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” เป็นกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นโดยทางการสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบัน (ซึ่งก็คือกองทุนรวม) ที่จะลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งการเพิ่มผู้ลงทุนสถาบันดังกล่าวจะช่วยให้ตลาดทุนไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น

     

สำหรับผู้ลงทุนใน LTF ที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจในการลงทุน

LTF เหมาะกับใคร

กองทุน LTF เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการลงทุนในหุ้นระยะยาว แต่อาจไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุน รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาในการลงทุนได้ นั่นก็คือ... ลงทุนแล้วต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน

LTF มีนโยบายลงทุนเป็นอย่างไร

นโยบายการลงทุนของกองทุน LTF คือ เน้นลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุน LTF แต่ละกองอาจมีรายละเอียดที่ แตกต่างกัน เช่น บางกองอาจเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET50 หุ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรม หรือลงทุนในหุ้นตามที่บริษัทจัดการเห็นควรก็ได้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดนโยบายการลงทุนของ LTF กองนั้นๆ โดยอาจมีการจ่ายเงินปันผล หรือไม่มีการจ่ายเงินปันผลคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนก็ได้

     

สำหรับกรณีที่มีการจ่ายเงินปันผล ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับเงินปันผลจะมีภาระภาษีที่ต้องจ่าย โดยสามารถเลือกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% หรือจะเลือกไม่หัก ณ ที่จ่าย แต่นำเงินปันผลที่ได้รับนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปีทีเดียวเลยก็ได้

LTF มีข้อแตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไปอย่างไร

  • หากลงทุนครบตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ไม่สามารถโอน จำนำ หรือนำหน่วยลงทุนไปเป็นหลักประกันได้
  • เป็นกองทุนเปิด ซึ่งกำหนดให้ขายคืนหน่วยลงทุนได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง

เงื่อนไขการลงทุนของ LTF เป็นอย่างไร

เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนใน LTF มีเงื่อนไขว่า...ต้องซื้อและถือหน่วยลงทุนของ LTF ไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทินโดยนับแยกกันไปในแต่ละก้อนเงินที่ลงทุน และไม่จำเป็นต้องลงทุน อย่างต่อเนื่องทุกปี เช่น เงินลงทุนแต่ละยอดที่ซื้อในปี 2547 จะครบเงื่อนไขตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 เป็นต้นไป และส่วนที่ลงทุนในปี 2548 จะครบเงือนไขตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เงินลงทุนใน LTF จะต้องลงทุนภายในปี 2559

สิทธิประโยชน์ทางภาษีมีอะไรได้

หากปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนใน LTF จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ทางด้วยกัน คือ เงินลงทุนในกองทุน LTF สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ หากมีการลงทุนเกิน 15% ของเงินได้ หรือเกิน 500,000 บาท เมื่อขายคืนหน่วยลงทุนแล้วมีกำไร ผู้ลงทุนจะต้องนำกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) นับเฉพาะเงินลงทุนส่วนที่เกิน ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

อย่างไรที่เรียกว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนใน LTF  การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด 5 ปีปฏิทิน ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน ทั้งนี้ กรณีผู้ลงทุนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ จะไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน

จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ลงทุน หากมีการผิดเงื่อนไขการลงทุน

ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป และต้องดำเนินการดังนี้

  • ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไป พร้อมเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงเดือนที่มีการยื่นคืนเงินภาษี ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรยื่นขอคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่มทันทีที่มีการทำผิดเงื่อนไขการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงรอบชำระภาษีตามปกติ
  • ต้องจ่ายภาษีสำหรับกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) โดยนำกำไรที่ได้จากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติเมื่อผู้ลงทุนขายคืน บลจ. จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนไว้ก่อน

Checklist ก่อนลงทุนใน LTF

  • ตอบตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า สามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ในระดับสูง เนื่องจาก LTF จะนำเงินไปลงทุนในหุ้น
  • พร้อมที่จะลงทุนในระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีการจัดสรรเงินมาลงทุน โดยคำนึงถึงหลักการกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation)
  • มิใช่นำเงินลงทุนทั้งหมดที่มีมาลงทุนใน LTF

หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้... LTF ก็น่าจะเป็นทางเลือกการลงทุนที่ดีที่จะนำพาคุณไปสู่ความมั่งคั่งและสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะปานกลางถึงระยะยาวได้เป็นอย่างดี